ฉากเปิดเรื่องช่างกดดันเหลือเกิน เมื่อชายหนุ่มถูกทหารลากมาต่อหน้าขุนนางผู้ทรงอำนาจ แต่แววตาของเขากลับไม่มีความกลัว มีแต่ความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเอง การตัดสินใจของแม่ทัพที่ให้โอกาสเขาเข้าร่วมการคัดเลือกช่างน่าตื่นเต้นมาก เหมือนเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของชีวิต ที่จะทำให้ทุกคนต้องกลับมามองเขาใหม่ใน (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ
ต้องยอมรับว่างานภาพและเอฟเฟกต์ในเรื่องนี้ทำออกมาได้อลังการมาก โดยเฉพาะฉากที่นักบวชสูงสุดร่ายเวทเรียกสายฟ้าสีทองลงมากลางสนามประลอง แสงสว่างที่พุ่งกระจายออกไปทำให้รู้สึกถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นฉากเปิดตัวที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้ชมในสนามและคนดูทางบ้านได้เป็นอย่างดี ใน (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ
ตัวละครผมสีบลอนด์ที่ยืนอยู่ข้างๆ พระเอกนั้นน่าสนใจมาก รอยยิ้มของเขาไม่ได้แสดงความยินดี แต่กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดูถูก เหมือนเขารู้บางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ หรืออาจจะกำลังวางแผนอะไรบางอย่างไว้แล้ว การเผชิญหน้ากันของทั้งสองคนก่อนเริ่มการทดสอบสร้างความตึงเครียดได้ไม่น้อยเลย ใน (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ
ฉากที่นักบวชชราใช้คทาเรียกพลังน้ำขึ้นมาช่างน่าทึ่ง คลื่นน้ำสีฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นแล้วม้วนตัวเป็นวงกลมรอบสนามประลอง แสดงให้เห็นถึงระดับของเวทมนตร์ที่เหนือชั้นมาก ไม่ใช่แค่การเสกน้ำธรรมดา แต่คือการควบคุมธาตุทั้งมวลให้ tund ตามคำสั่ง เป็นภาพที่หาดูได้ยากและสวยงามมากจริงๆ ใน (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ
บทสนทนาระหว่างแม่ทัพและขุนนางสะท้อนให้เห็นถึงการเมืองภายในราชสำนักได้ชัดเจน การที่คนธรรมดาจะก้าวขึ้นมาเป็นอัศวินได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องแลกมาด้วยการดูถูกเหยียดหยามจากชนชั้นสูง แต่พระเอกของเรากลับเลือกที่จะสู้ด้วยความสามารถของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าเกียรติไม่ได้ขึ้นอยู่กับเลือดในกายน (พากย์เสียง) พลิกเกมสู่โหมดเทพ