ดูแล้วจุกอกมากกับฉากที่พระเอกพยายามอธิบายแต่ถูกปฏิเสธ ความรู้สึกสิ้นหวังในสายตาเขาทำเอาคนดูอย่างเราอินตามไปด้วย การแสดงของนักแสดงนำในเรื่อง พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก นั้นสมจริงจนลืมไปเลยว่ากำลังดูซีรีส์อยู่ บรรยากาศในฉากกลางคืนยิ่งช่วยเสริมอารมณ์เศร้าได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้จะดูเป็นฉากดราม่า แต่รอยยิ้มและแววตาของนางเอกในตอนท้ายก็ทำให้ใจละลายได้เหมือนกัน การแต่งกายที่วิจิตรบรรจงและเครื่องประดับที่ละเอียดอ่อนทำให้ตัวละครดูมีเสน่ห์มาก เรื่อง พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำได้ดีมากในเรื่องการออกแบบตัวละครให้ดูโดดเด่นและน่าจดจำ
ชอบการถ่ายทำที่ใช้มุมกล้องหลากหลาย ทั้งภาพกว้างที่เห็นสถาปัตยกรรมสวยงาม และภาพโคลสอัพที่จับอารมณ์ตัวละครได้ละเอียดมาก โดยเฉพาะฉากที่พระเอกวิ่งตามนางเอกไป กล้องตามไปแบบไม่ตัดต่อทำให้รู้สึกรีบเร่งและตื่นเต้นตามไปด้วย งานภาพใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ถือว่าทำออกมาได้ระดับพรีเมียม
แม้จะทะเลาะกันแต่ก็สัมผัสได้ถึงความรักที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจของทั้งคู่ การแสดงปฏิกิริยาตอบโต้กันแบบธรรมชาติทำให้คนดูรู้สึกเหมือนแอบมองชีวิตจริงของพวกเขา ฉากที่พระเอกพยายามจะจับมือนางเอกแต่ถูกปัดออก ช่างเป็นโมเมนต์ที่เจ็บปวดแต่ก็โรแมนติกในแบบของตัวเอง ต้องยกนิ้วให้เคมีของนักแสดงใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก
การจัดแสงในฉากกลางคืนทำออกมาได้สวยงามมาก แสงจากโคมไฟที่ส่องกระทบกับชุดผ้าไหมของตัวละครทำให้เกิดมิติที่ดูหรูหราและลึกลับ ฉากหลังที่เป็นต้นซากุระบานสะพรั่งยิ่งเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้กับเรื่อง พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ดูแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาดโบราณที่มีชีวิต