ดูแล้วขำจนน้ำตาไหลกับฉากที่องค์ชายอ้วนทำท่าทางเกินจริง แต่แฝงความน่าสงสารไว้อย่างแนบเนียน ฉากที่พระชายามู่หยงเยียนยื่นชามซุปให้แล้วเขาร้องไห้โฮคือจุดพีคที่สุดของเรื่องนี้ การแสดงของนักแสดงนำทำให้เราลืมไปเลยว่านี่คือละครย้อนยุคธรรมดาๆ เรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำได้ดีมากในการผสมผสานดราม่าเข้ากับคอมเมดี้
ตัวละครมู่หยงเยียนในชุดสีฟ้าดูสวยสง่าแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน ตอนที่ยื่นชามซุปให้สามีแล้วพูดเบาๆ เหมือนจะมีความหมายซ่อนอยู่ ทำให้เราสงสัยว่าเธอวางแผนอะไรไว้บ้าง ฉากนี้ในเรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำให้เราต้องกดดูต่อทันทีเพราะอยากรู้ว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีอะไรซ่อนอยู่
ไม่คิดว่านักแสดงที่รับบทองค์ชายอ้วนจะแสดงได้ขนาดนี้ ทั้งสีหน้า ท่าทาง การร้องไห้แบบไม่เขินอาย ทำให้เรารู้สึกเห็นใจเขาจริงๆ แม้เขาจะดูตลกแต่ก็มีมิติของตัวละครที่ลึกซึ้ง ฉากที่เขาถูกบังคับให้ยืนบนโต๊ะแล้วร้องไห้คือฉากที่จำไม่ลืมในเรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก
แม้ฉากในวังจะตกแต่งอย่างหรูหราด้วยผ้าไหมและโคมไฟ แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนทุกคนกำลังถูกจับตามอง โดยเฉพาะฉากที่องค์ชายอ้วนยืนบนโต๊ะแล้วมีทหารยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ทำให้รู้ว่าอำนาจในวังนั้นอันตรายแค่ไหน เรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ถ่ายทอดบรรยากาศนี้ได้ยอดเยี่ยม
ดูแล้วรู้สึกว่ามู่หยงเยียนกับสามีของเธอมีความสัมพันธ์ที่แปลกๆ เธอดูเหมือนจะดูแลเขาดีแต่แววตากลับเย็นชา ตอนที่ยื่นชามซุปให้แล้วเขาร้องไห้ เธอกลับยิ้มเล็กน้อย ทำให้เราสงสัยว่าเธออาจกำลังใช้เขาเป็นเครื่องมือในเรื่อง (พากย์เสียง) เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก