ฉากนี้ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ช่างเต็มไปด้วยอารมณ์ขันที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ชายอ้วนในชุดทองดูมีเสน่ห์แบบแปลกๆ เวลาเขาพยายามจีบสาวสวยในชุดฟ้า แม้เธอจะพยายามทำตัวเย็นชา แต่แววตากลับ出卖ความเขินอาย การแสดงของทั้งคู่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้แอบมองโมเมนต์หวานๆ ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน ช่างเป็นซีรีส์ที่ดูแล้วหายเครียดจริงๆ ค่ะ
ใครจะคิดว่าคู่พระนางใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก จะมีเคมีเข้ากันขนาดนี้ ฉากที่ชายอ้วนพยายามจับมือหญิงสาวแล้วถูกผลักออก แต่เขาก็ยังยิ้มกว้างไม่ยอมแพ้ มันช่างน่ารักจนต้องกดหยุดดูซ้ำหลายรอบ เสื้อผ้าและเครื่องประดับในฉากก็ละเอียดมาก โดยเฉพาะปิ่นปักผมของนางเอกที่สะท้อนถึงฐานะและความประณีตของคนในยุคโบราณ ดูแล้วอยากตามเก็บทุกตอนเลย
ต้องยอมรับว่าตัวละครชายใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก ทำลายภาพจำของพระเอกหุ่นดีไปเลย รูปร่างอ้วนกลมของเขากลับกลายเป็นจุดขายที่ทำให้ฉากจีบสาวดูตลกและน่าเอ็นดู เวลาเขาพูดจาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ยิ่งทำให้คนดูใจอ่อนตามนางเอกไปด้วย ฉากในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่กลับกลายเป็นเวทีแสดงความรักแบบซื่อๆ ช่างเป็นมุมมองใหม่ที่สดมากสำหรับละครย้อนยุค
สิ่งที่ทำให้ พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก แตกต่างคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ท่าทางของนางเอกที่พยายามขยับตัวหนีแต่ก็เผลอยิ้มมุมปาก หรือแววตาของพระเอกที่เต็มไปด้วยความหวังแม้จะถูกปฏิเสธ ฉากแสงที่ส่องผ่านหน้าต่างลงมาบนโต๊ะไม้เก่าๆ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองนั่งอยู่ในห้องนั้นจริงๆ เป็นซีรีส์ที่ดูสบายตาและสบายใจ
ใน พากย์เสียง เหนือราชันคืนบัลลังก์รัก สอนเราว่าความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ พระเอกที่ไม่หล่อไม่หุ่นดี แต่มีความจริงใจและความพยายามที่จะทำให้คนรักมีความสุข ฉากที่เขาพยายามจับมือแล้วถูกผลักออกแต่ก็ยังยิ้มได้ แสดงให้เห็นว่าความรักที่แท้จริงคือการยอมรับและเข้าใจกัน แม้จะดูตลกแต่ก็แฝงข้อคิดดีๆ ไว้เยอะมาก ดูแล้วอยากมีแฟนแบบนี้บ้างจัง