ฉากเปิดเรื่องช่างบีบหัวใจเหลือเกิน เมื่อหญิงสาวในชุดสีม่วงนั่งร้องไห้ข้างเตียงคนรักที่บาดเจ็บสาหัส แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความโศกเศร้า การจับมือกันแน่นราวกับไม่อยากปล่อยวางทำให้คนดูอย่างเราจุกอกไปตามๆ กัน บรรยากาศในห้องที่มืดสลัวช่วยเสริมอารมณ์ได้สมบูรณ์แบบมากจริงๆ ดูแล้วรู้สึกอินสุดๆ กับความรักที่ต้องเผชิญอุปสรรคในรักลับของเสนาบดี
เปลี่ยนฉากมาที่วังหลวง บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงัดก่อนพายุเข้าทำให้ขนลุกซู่ เมื่อพระราชาทรงนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม บรรดาขุนนางต่างก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง ความกดดันที่แผ่ออกมาจากหน้าจอทำให้เราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย ฉากนี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจและความกลัวได้ชัดเจนมาก เป็นอีกฉากที่ทรงพลังในรักลับของเสนาบดี
ต้องขอชื่นชมทีมคอสตูมจริงๆ ชุดแต่ละชุดมีความละเอียดอ่อนและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีแดงของชายหนุ่มที่ดูสง่างามและทรงพลัง ตัดกับชุดสีดำแดงของอีกคนที่ดูน่าเกรงขาม ส่วนชุดสีทองของพระราชาก็แสดงถึงฐานะที่สูงส่งได้อย่างชัดเจน ทุกดีเทลของลวดลายปักดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้การรับชมรักลับของเสนาบดีเพลิดเพลินตาสุดๆ
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย แค่การแสดงสีหน้าของนักแสดงก็กินขาดแล้ว โดยเฉพาะฉากที่พระราชาทอดพระเนตรลงมาด้วยความไม่พอพระทัย สายตาที่เฉียบคมเหมือนจะเจาะทะลุหัวใจคนดู ส่วนชายหนุ่มในชุดแดงที่ยืนนิ่งแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกังวล ความขัดแย้งในใจถูกถ่ายทอดออกมาทางสายตาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เราอยากติดตามต่อว่ารักลับของเสนาบดีจะจบลงอย่างไร
ฉากที่หญิงชราวิ่งเข้ามาแล้วคุกเข่ากราบกรานด้วยความทุกข์ทรมานทำให้ใจเราหดหู่ไปตามๆ กัน ท่าทางที่สั่นเทาและน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแสดงให้เห็นถึงความหมดหวังอย่างที่สุด การที่เธอต้องมาขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน ฉากนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าในวังหลวงแห่งนี้ อำนาจสามารถบดขยี้ชีวิตคนเล็กๆ ได้ง่ายๆ จริงๆ เป็นฉากที่เรียกน้ำตาได้ดีมากในรักลับของเสนาบดี