ฉากเปิดเรื่องในหมู่บ้านซินหลินทำให้หัวใจสลายทันที เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กำลังจัดการกับร่างที่คลุมผ้าขาว บรรยากาศกดดันจนหายใจไม่ออก การแสดงของตัวละครหลักที่กรีดร้องและพยายามพุ่งเข้าไปหาศพนั้นสมจริงมากจนน่ากลัว ความโศกเศร้าที่ระเบิดออกมาใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริงๆ
ฉากที่แม่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพยายามจะวิ่งฝ่าแนวตำรวจเข้าไปกอดลูกนั้นทำเอาคนดูน้ำตาไหลตามไม่หยุด สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม การที่เธอถูกหนุ่มน้อยในเสื้อคลุมเบจรั้งตัวไว้ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้ฉากนี้ดูเจ็บปวดกว่าเดิม เป็นฉากดราม่าที่ทรงพลังที่สุดใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด เลยก็ว่าได้
การเปลี่ยนฉากจากพื้นที่เกิดเหตุมาสู่บ้านเก่าที่มีโอ่งน้ำขนาดใหญ่สร้างความสงสัยให้คนดูทันที เมื่อตัวละครทั้งสามคนเปิดฝาโอ่งออกและพบสิ่งที่อยู่ข้างใน แววตาของพวกเขาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความตกตะลึงผสมความกลัว ฉากนี้ใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด บ่งบอกเป็นนัยว่าความตายที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำนั้น
ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะจบลงด้วยความเศร้าโศก แต่พอเห็นรอยยิ้มของหนุ่มน้อยและพ่อแม่ในตอนท้าย กลับทำให้รู้สึกหนาวสันหลังวาบแทน รอยยิ้มที่ดูไม่ปกติในสถานการณ์เช่นนี้ชวนให้สงสัยว่าพวกเขาซ่อนอะไรไว้ หรือว่าความตายที่เกิดขึ้นคือส่วนหนึ่งของแผนการบางอย่าง? จุดหักมุมนี้ของ ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำให้ต้องกลับมาคิดทบทวนทุกฉากก่อนหน้านี้ใหม่หมด
การใช้โทนสีเขียวอมฟ้าตลอดทั้งเรื่องช่วยสร้างบรรยากาศที่เย็นยะเยือกและน่าอึดอัดได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในฉากกลางคืนที่แสงไฟสลัวๆ ตัดกับความมืด ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความสิ้นหวังของตัวละครเด่นชัดขึ้นมาก การกำกับภาพใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทำได้ดีมากในการสื่อสารอารมณ์ผ่านสีสันโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ