ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกซู่เมื่อหญิงสาวเปิดโอ่งใบใหญ่แล้วพบคนซ่อนอยู่ข้างใน บรรยากาศยามค่ำคืนที่เงียบสงัดบวกกับแสงไฟสลัวๆ ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวได้เป็นอย่างดี การแสดงของนักแสดงนำสื่อถึงความตกใจและความหวาดกลัวออกมาได้สมจริงมาก ดูแล้วลุ้นจนตัวเกร็งว่าข้างในโอ่งนั้นคืออะไรกันแน่ เป็นตอนต้นของ ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด ที่ดึงดูดคนดูได้ทันที
ฉากในโรงพยาบาลทำเอาใจสลายจริงๆ การที่หญิงสาวต้องเห็นคนรักหรือคนสำคัญนอนหมดสติอยู่บนเตียงรถเข็น แล้วพยายามปลุกเรียกแต่ไม่ตอบสนอง มันสื่อถึงความสิ้นหวังได้ชัดเจนมาก สีหน้าของนางเอกที่เต็มไปด้วยความกังวลและน้ำตา ทำให้คนดูอินไปกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้สุดๆ ฉากนี้ใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด บอกเลยว่าเรียกน้ำตาได้เก่งมาก
ท่ามกลางดราม่าหนักๆ ก็มีฉากย้อนอดีตที่อบอุ่นหัวใจมาให้ชื่นใจบ้าง ฉากที่ทุกคนมายืนจุดพลุด้วยกันหรือกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา มันช่างแตกต่างกับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ความสุขในอดีตยิ่งทำให้ความเจ็บปวดในปัจจุบันทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่า การตัดสลับระหว่างความทรงจำสีสดกับความจริงอันโหดร้ายเป็นเทคนิคที่ใช้งานได้ดีมากในเรื่อง ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ฉากที่นางเอกนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดโดยมีป้ายไฟบอกว่ากำลังผ่าตัดอยู่ มันสร้างความกดดันให้คนดูได้มหาศาล ท่าทางที่กระวนกระวาย การเดินไปเดินมา และสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล มันสื่อออกมาได้ดีมากว่าเธอกำลังกลัวที่จะสูญเสียใครบางคนไป ช่วงเวลานี้ใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นช่วงที่บีบหัวใจคนดูที่สุดช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้
ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มต้นจากความขัดแย้งในครอบครัว ฉากที่ชายหนุ่มพยายามรั้งหญิงสาวไม่ให้เดินจากไป พร้อมกับพ่อแม่ที่ยืนมองด้วยความกังวล มันบอกใบ้ว่ามีความเข้าใจผิดบางอย่างเกิดขึ้น การแสดงออกทางสีหน้าของทุกคนในฉากนี้บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย เป็นปมดราม่าครอบครัวที่เข้มข้นมากใน ราตรีที่ไม่มีวันสิ้นสุด