ฉากย้อนอดีตในป่าไผ่ช่างบีบหัวใจเหลือเกิน หญิงสาวต้องทิ้งลูกไว้ทั้งน้ำตาเพื่อหนีการตามล่า แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือรอยสักดอกบัวบนข้อมือเด็กน้อย ที่กลายเป็นกุญแจไขปริศนาใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ การตัดสลับระหว่างอดีตที่โหดร้ายกับปัจจุบันที่หรูหรา ทำให้เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มของนางเอกอย่างชัดเจน
ฉากที่หญิงชุดดำจับมือหญิงชุดชมพูแล้วแสยะยิ้มช่างน่าขนลุก ดูเหมือนจะเป็นมิตรแต่แฝงความร้ายกาจไว้ทุกกระเบียดนิ้ว การแสดงสีหน้าของนางร้ายในเรื่อง หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ทำได้ดีมาก แค่ขยับมุมปากก็สื่อถึงความวางแผนร้ายได้แล้ว คนดูอย่างเราต้องคอยลุ้นว่านางเอกจะรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนี้เมื่อไหร่
ฉากแม่ลูกแยกจากกันในป่าไผ่ทำเอาคนดูน้ำตาซึม หญิงสาววิ่งหนีตายทั้งที่อุ้มลูกอยู่ แต่สุดท้ายต้องจำใจวางลูกไว้เพื่อล่อศัตรูไปทางอื่น ความเจ็บปวดบนใบหน้าของเธอใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ สื่อออกมาได้ทรงพลังมาก ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ที่ต้องทิ้งลูกได้ทันที
ชอบการเล่าเรื่องที่ใช้รอยสักเป็นจุดเชื่อมโยงเวลา จากทารกน้อยที่ถูกทิ้งกลางป่า กลายเป็นหญิงสาวผู้สง่างามในวังหลวง เรื่องราวใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ดำเนินเรื่องได้กระชับไม่น่าเบื่อ ฉากปัจจุบันที่นางเอกต้องปะทะคารมกับหญิงร้ายก็ทำเอาคนดูเอาใจช่วยแทบขาด อยากเห็นตอนเธอแก้แค้นเร็วๆ จัง
ฉากในห้องโถงที่เต็มไปด้วยเทียนและม่านสีทองสวยงามมาก แต่กลับซ่อนความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง การสนทนาระหว่างหญิงสูงวัยกับหญิงสาวดูมีความลับมากมายซ่อนอยู่ ใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ฉากเหล่านี้สร้างบรรยากาศได้ยอดเยี่ยม ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับของวังอยู่จริงๆ