ฉากเปิดเรื่องในหญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ทำเอาใจสลายทันทีเมื่อเห็นนางเอกในชุดสีพีชร้องไห้จนหน้าแดงก่ำ มือแตะแก้มที่เพิ่งถูกตบ ความเจ็บปวดทางกายไม่เท่าความเจ็บช้ำในใจ ฉากนี้ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดิบเถื่อนมาก คนดูอย่างเราแทบจะรู้สึกเจ็บแทนเลยจริงๆ การแสดงของนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาก ทำให้คนดูอินไปกับความทุกข์ทรมานของเธอตั้งแต่เริ่มเรื่อง
สีหน้าของฮ่องเต้ในหญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ บอกเล่าเรื่องราวได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งความโกรธ ความสับสน และความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตา ฉากที่พระองค์ยืนมองนางเอกด้วยสายตาที่ซับซ้อนนั้นทรงพลังมาก ทำให้เราสงสัยว่าจริงๆ แล้วพระองค์รักใครกันแน่ หรือกำลังถูกใครหลอกใช้ การแสดงของนักแสดงนำชายทำให้ตัวละครนี้มีมิติและน่าค้นหาอย่างยิ่ง
จุดเปลี่ยนสำคัญในหญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ อยู่ที่ม้วนภาพวาดที่ถูกคลี่ออก ภาพเหมือนของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายแต่มีแววตาเด็ดเดี่ยว ทำให้ทุกคนในห้องต้องตกตะลึง ฉากนี้ถ่ายทำได้อย่างประณีต แสงเงาที่ตกกระทบใบหน้าของตัวละครแต่ละคนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก เป็นการใช้พร็อพเพื่อขับเคลื่อนพล็อตเรื่องที่ฉลาดและน่าประทับใจจริงๆ
ตัวละครราชินีในหญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ที่สวมชุดสีเขียวปักทองดูสง่างามและน่าเกรงขามมาก สีหน้าเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่น่ากลัว การยืนอยู่ท่ามกลางวงสนทนาด้วยท่าทีที่มั่นคงแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่แท้จริงในวังหลวง ฉากที่เธอจ้องมองภาพวาดด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกนั้นน่าขนลุกจริงๆ เป็นตัวละครที่ทั้งสวยและอันตรายในเวลาเดียวกัน
หญิงในชุดสีทองที่คุกเข่าอยู่บนพื้นในหญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ นั้นดูน่าสงสารจับใจ มือที่เปื้อนเลือดและน้ำตาที่ไหลรินแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ ฉากนี้ถ่ายทำได้สมจริงมากจนคนดูรู้สึกอึดอัดแทน การที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานต่อหน้าทุกคนในวังหลวงทำให้เราสงสัยว่าเธอทำผิดอะไรกันแน่ หรือเป็นเพียงเหยื่อของเกมอำนาจในราชสำนัก