ฉากที่นางเอกชุดทองตบหน้าคนร้ายจนหน้าเบี้ยวคือจุดพีคที่สุดของเรื่องนี้! ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาทั้งเรื่องระเบิดออกมาในวินาทีนั้น ทำเอาคนดูอย่างเรากรี๊ดลั่นหน้าจอ การแสดงของนักแสดงนำใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ สมจริงมาก โดยเฉพาะแววตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความเด็ดขาด ช่างเป็นฉากที่แก้แค้นได้สาสมใจจริงๆ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของ หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ เลยค่ะ ชุดแต่ละตัวละเอียดและสวยงามมาก โดยเฉพาะชุดสีเขียวทองของนางร้ายที่ดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ตัดกับชุดสีทองของนางเอกที่ดูสง่างามแต่แฝงความเจ็บช้ำ การจัดวางองค์ประกอบภาพและการใช้แสงเงาช่วยขับเน้นความหรูหราของเครื่องประดับได้เป็นอย่างดี ดูแล้วเพลินตาสุดๆ
ดู หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ แล้วรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกา อารมณ์ตัวละครแปรปรวนตามสถานการณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย การที่ตัวเอกต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในสภาพที่หมดหนทางสู้ แต่สุดท้ายก็พลิกสถานการณ์กลับมาได้ ทำให้คนดูเอาใจช่วยไม่ห่าง ฉากที่ผู้ชายถูกสาดน้ำแล้วฟื้นขึ้นมาคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเรื่องเลย
แค่ดูสีหน้าของตัวละครใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ก็รู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องพึ่งคำบรรยายเยอะแยะ สายตานางเอกที่มองศัตรูด้วยความเจ็บปวดผสมความโกรธแค้น มันสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก หรือแม้แต่ตัวประกอบที่ยืนอยู่ด้านหลังก็มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างธรรมชาติ ทำให้ฉากนั้นดูสมจริงและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
ฉากในห้องประชุมที่กษัตริย์นั่งอยู่บนบัลลังก์ใน หญิงชาวนาสู่บัลลังก์หงส์ ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และขลังมาก แสงเทียนที่ส่องสลัวๆ สร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดและน่าค้นหา บทสนทนาระหว่างขุนนางกับองค์ราชานั้นเต็มไปด้วยชั้นเชิงและการเมือง การตัดสลับระหว่างฉากดราม่าของสาวๆ กับฉากอำนาจของชายหนุ่มทำให้เรื่องน่าติดตามขึ้นเยอะ