ฉากเปิดเรื่องในถ้ำมืดที่มีหัวกะโหลกเกลื่อนกลาดสร้างความกดดันได้ยอดเยี่ยม แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องไปบนชุดเกราะของทหาร ทำให้เห็นรายละเอียดความน่ากลัวของสถานที่ได้ชัดเจนมาก การเดินเข้าไปในโพรงแคบๆ เหมือนการก้าวเข้าสู่ปากพญามรณะจริงๆ บรรยากาศใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ช่วงนี้ทำเอาคนดูต้องกลั้นหายใจตามตัวละครทุกย่างก้าวที่พวกเขาเดินเข้าไป ความเงียบสงัดก่อนพายุช่างน่ากลัวเสียจริง
ฉากที่อสูรกายสีดำทมิฬกำลังกัดกินศพนั้นน่ากลัวมาก แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่าคือชายชุดฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ใช่เรื่องแปลก แสงสีแดงที่มือของเขาบ่งบอกถึงพลังเวทมนตร์บางอย่างที่กำลังถูกใช้งาน การควบคุมสัตว์ร้ายด้วยท่าทางที่สงบนิ่งแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ฉากนี้ใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ทำให้เราสงสัยทันทีว่าเขาเป็นใครกันแน่และมีความสัมพันธ์อย่างไรกับปีศาจตนนี้
โมเมนต์ที่ชายชุดฟ้าหยิบดาบขึ้นมาตรวจสอบใบมีดอย่างพินิจพิเคราะห์นั้นดูขลังมาก แสงสะท้อนบนใบดาบในถ้ำมืดสื่อถึงความเย็นชาและอันตรายที่ซ่อนอยู่ สายตาของเขาที่จ้องมองดาบเหมือนกำลังสื่อสารกับวิญญาณในนั้น เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวใหญ่ๆ ได้ดีมาก การถือดาบด้วยท่าทางที่คุ้นเคยแสดงให้เห็นว่าเขาผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน ฉากนี้ทำให้ตัวละครใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ดูมีมิติและน่าค้นหาขึ้นทันที
ภาพกองกระดูกจำนวนมากที่เริ่มขยับตัวได้นั้นน่าขนลุกสุดๆ เสียงกระดูกเสียดสีกันดังกรอบแกรบในถ้ำมืดสร้างความหวาดผวาได้เป็นอย่างดี ทหารที่ถือคบเพลิงต้องถอยหลังอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นศพที่ตายไปแล้วกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ฉากแอ็คชั่นที่เตรียมจะเกิดขึ้นระหว่างคนเป็นและคนตายใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ทำเอาคนดูต้องนั่งติดขอบจอ แสงไฟที่วูบวาบทำให้เห็นโครงกระดูกที่ขาดๆ เกินๆ ได้อย่างชัดเจนและน่ากลัวมาก
ฉากที่ตัวละครหันไปเห็นดวงตาสีแดงคู่ใหญ่ในความมืดนั้นทำเอาใจหายวูบจริงๆ แสงสีแดงที่ตัดกับความมืดของถ้ำสร้างจุดโฟกัสที่น่ากลัวมาก การที่ตัวละครหลักต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่สร้างความตื่นเต้นได้สุดยอด ท่าทางป้องกันตัวของทหารที่ถือดาบพร้อมสู้แสดงให้เห็นว่าพวกเขารู้ว่ากำลังเจอกับศัตรูที่อันตรายมาก ฉากจบแบบทิ้งปมใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ทำให้คนดูต้องรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ