ฉากต่อสู้ระหว่างชายหนุ่มกับจอมมารช่างดุเดือดและสะเทือนใจมาก โดยเฉพาะตอนที่สุนัขตัวน้อยกลายเป็นอสูรไฟยักษ์ ช่วยกู้สถานการณ์ได้อย่างเหลือเชื่อ การเปลี่ยนร่างของพระเอกใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ นั้นทำออกมาได้สมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ แสงไฟสีแดงที่ลุกไหม้ไปทั่วร่างสื่อถึงความโกรธแค้นที่ระเบิดออกมาจนหยุดไม่อยู่ ใครที่ชอบฉากแอ็คชั่นแบบจัดเต็มต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลย
ใครจะคิดว่าฉากที่ซึ้งที่สุดจะมาจากความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสุนัข ตอนแรกเห็นน้องหมาตัวดำๆ น่ารักก็เอ็นดูแล้ว พอเห็นฉากที่พระเอกป้อนขนมให้แล้วยิ่งใจละลาย แต่พอถึงจุดวิกฤติน้องกลับกลายร่างมาช่วยเจ้านายได้อย่างทันท่วงที ฉากนี้ใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ทำเอาคนดูน้ำตาซึมได้เลย ความภักดีของสัตว์มักเป็นสิ่งที่แตะต้องหัวใจคนดูได้เสมอจริงๆ
ต้องยอมรับว่าดีไซน์ตัวละครจอมมารนั้นดูน่าเกรงขามมาก เครื่องแต่งกายสีดำประดับทองกับลูกประคำกระดูกดูขลังสุดๆ แต่พอเจอพลังไฟจากอสูรหมาเข้าไปก็แทบไม่เหลือทางสู้ ฉากที่พระเอกดูดกลืนพลังแล้วเปลี่ยนร่างเป็นชุดเกราะสีดำลายเส้นไฟนั้นเท่มาก ใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ ฉากนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รู้ว่าพระเอกของเราไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไปแล้ว
ต้องชมทีมเอฟเฟกต์จริงๆ ที่ทำฉากเมืองโบราณถูกไฟไหม้ได้สมจริงและยิ่งใหญ่มาก ไฟลุกโชนไปทั่วทั้งเมืองพร้อมกับซากปรักหักพัง สร้างบรรยากาศแห่งหายนะได้สมบูรณ์แบบ พระเอกที่ยืนอยู่กลางวงล้อมเพลิงนั้นดูโดดเดี่ยวแต่ทรงพลังมาก การเดินแต่ละก้าวทิ้งรอยเท้าไฟไว้บนพื้นใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ มันสื่อถึงพลังอำนาจที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างแท้จริง
ฉากที่พระเอกทนทุกข์ทรมานบนพื้นดินแตกระแหงนั้นสื่อถึงความเจ็บปวดทั้งกายและใจได้ดีมาก แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของพลังใหม่ การที่เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องสิ่งที่รักนั้นน่าชื่นชมมาก โดยเฉพาะตอนที่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงแสดงถึงความมุ่งมั่นที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ ใน เจ้าอสูรกู้บัลลังก์ การเสียสละครั้งนี้ทำให้เขากลายเป็นนักรบที่แท้จริง