ใครจะคิดว่าฉากดราม่าจะเปลี่ยนเป็นคอมเมดี้ได้เร็วขนาดนี้! ในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ ฉากที่แม่สามีถือทัพพีไล่ตีพ่อสามีจนวิ่งหนีรอบโต๊ะอาหารคือที่สุดของความฮา สีหน้าตกใจของลูกสะใภ้ที่พยายามกินซาลาเปาต่อให้ได้คือจุดขายที่ทำให้ฉากนี้สมบูรณ์แบบ การแสดงที่เกินจริงแต่เข้าถึงอารมณ์คนดูได้ดีมาก ทำให้รู้ว่าชีวิตคู่บางทีก็ต้องมีมุกตลกแบบนี้บ้างถึงจะอยู่รอด
แค่ฉากป้อนซาลาเปาในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ ก็ทำให้ใจละลายแล้ว! สายตาที่พระเอกมองนางเอกมันมีความอบอุ่นและเอาใจใส่สุดๆ แม้สถานการณ์รอบข้างจะวุ่นวายแค่ไหน แต่โฟกัสของเขายังอยู่ที่เธอคนเดียว การที่นางเอกเขินจนหน้าแดงแล้วพยายามทำตัวปกติคือความน่ารักที่หาชมได้ยาก ฉากนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องมีคำหวานเยอะ แค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ก็สื่อความรักได้ชัดเจนที่สุด
ตัวละครแม่สามีในเรื่องกลรักบอสเจ้าเล่ห์ คือที่สุดของความแซ่บ! การถือทัพพีเป็นอาวุธและใช้น้ำเสียงดุดันไล่สามีตัวเองคือฉากที่จำไม่ลืมเลย เครื่องแต่งกายชุดสีดำที่ดูภูมิฐานแต่การกระทำกลับตรงกันข้ามสร้างความขัดแย้งที่น่าสนใจมาก การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากดุเป็นยิ้มได้ในพริบตา แสดงให้เห็นถึงความเป็นแม่ที่รักลูกแต่ก็ขี้หึงสามีไปในตัว เป็นตัวละครที่ขโมยซีนทุกฉากที่ปรากฏ
ดูกลรักบอสเจ้าเล่ห์ แล้วต้องยอมรับว่าคนเขียนบทเก่งมาก! จากฉากธุรกิจที่ดูจริงจัง กลับพลิกมาเป็นฉากครอบครัวที่วุ่นวายและตลกขบขัน การเชื่อมโยงระหว่างเงินในกระเป๋าเอกสารกับปัญหาในครอบครัวทำให้อยากรู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ซับซ้อนแต่ไม่สับสน ทำให้คนดูอย่างเราต้องติดตามทุกตอน ฉากจบที่ทุกคนมานั่งกินข้าวร่วมกันแม้จะมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน มันสื่อถึงความสำคัญของครอบครัวได้ดีจริงๆ
ตอนแรกเห็นบอสถือเงินสดกองโตก็คิดว่าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากล แต่พอเห็นฉากเซ็นสัญญาในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ แล้วต้องอึ้ง! ความตึงเครียดระหว่างตัวละครมันพุ่งพล่านมาก โดยเฉพาะสีหน้าของคนที่นั่งเก้าอี้บอสที่ดูเจ้าเล่ห์สุดๆ การตัดสลับระหว่างความโลภและความระแวงทำเอาคนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย บรรยากาศในออฟฟิศที่ดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมันช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ