ถึงแขนจะหักพันผ้าขาวโพลน แต่แววตาของพระเอกคนแรกนี่มันสู้ไม่ถอยเลยนะ พยายามจะเคลมเจ้าของทั้งที่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ส่วนพระเอกคนที่สองที่มาพร้อมถุงช้อปปิ้งก็ดูเหนือกว่าในแง่ของความนิ่งและสง่า การปะทะคารมกันด้วยสายตาในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ ฉากนี้คือที่สุดของความมันส์ ใครชอบแนวชิงรักหักสวาทต้องห้ามพลาดจริงๆ
ต้องชื่นชมทีมคอสตูมจริงๆ ที่ทำให้ชุดผู้ป่วยลายทางสีฟ้าดูมีสไตล์ขนาดนี้ ทั้งสองคนใส่แล้วดูดีไปหมด แม้แต่ตอนเดินถือถุงพลาสติกก็ยังดูเหมือนเดินรันเวย์ ความขัดแย้งระหว่างความป่วยไข้กับความหล่อเหลาทำให้ฉากในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาก แถมฉากโรงพยาบาลยังตกแต่งได้มินิมอลและอบอุ่นสุดๆ ไปเลย
ชอบโมเมนต์ที่ไม่มีใครพูดอะไรแต่สายตาสื่อสารทุกอย่าง โดยเฉพาะตอนที่ชายคนที่สองวางถุงของขวัญลงแล้วหันมามองอีกคน มันคือการประกาศศักดาโดยไม่ต้องใช้คำพูด ส่วนนางเอกที่ยืนยิ้มแห้งๆ นั่นคือความอึดอัดที่แท้จริง เรื่องราวความรักสามเส้าในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ ดำเนินเรื่องด้วยภาษากายที่ทรงพลังมาก ทำให้คนดูต้องคอยเดาใจตัวละครกันแทบทุกวินาที
ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าความรักมักจะมาพร้อมกับความซับซ้อนเสมอ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องดูแลผู้ชายที่บาดเจ็บ ในขณะที่มีผู้ชายอีกคนคอยจับตามองด้วยความหึงหวง มันสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่ก็น่าติดตามมาก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจับแขนหรือการยื่นของให้กันในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ ล้วนซ่อนนัยสำคัญที่ทำให้เราต้องกลับมาดูซ้ำเพื่อหาความหมายที่ซ่อนอยู่
ดูแล้วอึดอัดแทนนางเอกจริงๆ ค่ะ การที่ต้องยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายคนรักที่บาดเจ็บกับชายอีกคนที่ดูดีแต่มาผิดเวลา มันช่างเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุดๆ สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความกังวลและความเกรงใจอย่างชัดเจน ฉากนี้ในกลรักบอสเจ้าเล่ห์ ทำเอาคนดูอย่างเราต้องกำหมอนแน่น เพราะความตึงเครียดที่ส่งผ่านหน้าจอมาแบบเต็มๆ เลยค่ะ