ต้องยอมรับว่าเคมีระหว่างพระเอกกับนางเอกในเรื่อง ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า นั้นรุนแรงมาก แค่การจ้องตากันก็เหมือนมีประกายไฟแลบออกมาแล้ว ฉากที่ทั้งคู่ชนแก้วแล้วดื่มพร้อมกันมันสื่อถึงข้อตกลงบางอย่างหรือการยอมจำนนต่อกัน การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนดื่มวิสกี้แล้วทำหน้าเหยเกมันน่ารักและสมจริงมาก ทำให้ตัวละครดูมีมิติไม่ใช่แค่หุ่นสวยๆ
ฉากไคลแม็กซ์ในรถด้านหลังคือจุดพีคของเรื่องนี้จริงๆ การที่นางเอกเมาแล้วเซไปพิงพระเอก แล้วสุดท้ายก็กอดกันแน่น มันสื่อถึงความโหยหาและความอบอุ่นที่ต้องการจากกัน แสงไฟจากนอกรถที่ส่องเข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้เห็นสีหน้าของพระเอกที่ทั้งห่วงใยและอยากปกป้อง ฉากนี้ใน ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ทำเอาใจละลายเลย อยากให้รถวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ต้องจอด
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่อง ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า มาก เช่น แหวนที่นิ้วพระเอกที่เห็นชัดตอนเขาเทเหล้า หรือต่างหูมุกของนางเอกที่สะท้อนแสงเวลาเธอหันหน้า สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมบุคลิกตัวละครให้ดูมีฐานะและมีความละเอียดอ่อน ฉากที่ฝนตกกระทบกระจกแล้วเบลอภาพข้างนอก มันเหมือนสัญลักษณ์ของกำแพงในใจพวกเขาที่กำลังจะพังทลายลง
การเล่าเรื่องใน ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ทำได้ดีมาก ไม่ยืดเยื้อ เริ่มจากความตึงเครียดในบาร์ ไปสู่การดื่มเพื่อลืม และจบด้วยความอ่อนแอในรถ การตัดต่อที่สลับระหว่างภาพชัดและภาพเบลอช่วยสื่อสภาวะมึนเมาและความสับสนทางอารมณ์ได้ดี พระเอกที่ดูเข้มแข็งแต่พอเมาแล้วกลับอ่อนโยน นางเอกที่ดูนิ่งแต่ข้างในเปราะบาง เป็นคู่ที่ดูแล้วลุ้นอยากให้เขาเข้าใจกันเร็วๆ
ฉากเปิดเรื่องในบาร์ที่ฝนตกหนักด้านนอก สร้างบรรยากาศที่หดหู่และกดดันได้ยอดเยี่ยม แสงสีม่วงและเขียวสะท้อนอารมณ์ที่สับสนของตัวละคร การที่พระเอกเทวิสกี้ดื่มคนเดียวแสดงถึงความเจ็บปวดที่เก็บกดไว้ ในขณะที่นางเอกนั่งมองด้วยสายตาที่ซับซ้อน ฉากนี้ใน ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดไปกับพวกเขาจริงๆ เหมือนเรานั่งอยู่ตรงนั้นด้วย