ดูแล้วติดหนึบเลยค่ะ ตั้งแต่ต้นเรื่องที่มีปมสงสัยว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ พอรู้ว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกคนเดียว ก็ยิ่งสงสาร แต่พอมีเหตุการณ์ตั้งครรภ์แฝดสามของหญิงอีกคน มันเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ ความตึงเครียดในบ้านที่ทุกคนดีใจยกเว้นเธอ มันทำให้คนดูต้องลุ้นว่าเรื่องจะลงเอยยังไง ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า วางพล็อตได้ฉลาดมาก ทำให้คนดูไม่อยากรอตอนต่อไปเลย
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องอบอุ่นครอบครัวธรรมดา แต่พอเห็นใบรายงานผลตรวจครรภ์ที่ระบุว่าตั้งครรภ์แฝดสามเท่านั้นแหละ ทุกคนในบ้านดีใจยกเว้นเธอคนนั้น! สีหน้าที่เปลี่ยนจากยิ้มเป็นเศร้าตอนเห็นผลตรวจ มันสื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย ยิ่งฉากที่เธออุ้มลูกแล้ววิ่งหนีออกไปนอกบ้าน ยิ่งทำให้คนดูอยากรู้ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง เรื่องราวในติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ดันปมดราม่าได้เจ็บแสบมาก
ชอบฉากนี้มากค่ะ ตอนที่เธออุ้มลูกวิ่งออกจากบ้านไปยังสระว่ายน้ำ ดนตรีประกอบได้จังหวะเป๊ะมาก เหมือนเธอพยายามหนีจากความจริงที่โหดร้าย ด้านหลังคือครอบครัวที่กำลังมีความสุขกับข่าวดี แต่เธอกลับต้องแบกรับความเจ็บปวดคนเดียว ภาพสะท้อนในน้ำตอนท้ายช่างสวยงามแต่ก็เศร้าจับใจ ดูแล้วน้ำตาซึมเลย ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า สร้างฉากที่มีความหมายลึกซึ้งแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย
นักแสดงนำแสดงได้ดีมากค่ะ โดยเฉพาะตอนที่ต้องแสดงสีหน้าซับซ้อน ทั้งความอิจฉา ความน้อยใจ และความกลัวที่จะสูญเสียลูกชายไป การที่เธอพยายามทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าเด็กน้อย แต่พอหันหลังมาหน้าน้ำตาไหล มันทำให้คนดูอินไปกับตัวละครสุดๆ ฉากที่เธอต้องยืนมองครอบครัวอื่นมีความสุขในขณะที่ตัวเองโดดเดี่ยว ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจ ติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า เลือกนักแสดงได้เหมาะกับบทบาทมาก
ดูแล้วใจสั่นมากค่ะ ฉากเปิดมาด้วยข้อความว่าสามเดือนต่อมา ทำให้เราสงสัยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงใส่แว่นคนนั้น พอเห็นเด็กน้อยวิ่งเข้ามาหา แล้วตามด้วยคู่รักที่ท้องแก่ ดูเหมือนทุกอย่างจะปกติ แต่พอหมอตรวจอัลตราซาวด์แล้วเจอว่าเป็นแฝดสาม บรรยากาศเปลี่ยนทันที! ความดีใจของทุกคนตัดกับความเงียบงันของแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนั้น ช่างเป็นพล็อตที่บีบหัวใจจริงๆ ในติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า เล่นกับอารมณ์คนดูเก่งมาก