ต้องชื่นชมคอสตูมในเรื่องติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ที่ละเอียดมาก ชุดสีชมพูของนางเอกดูใสซื่อตัดกับชุดดำสุดหรูของหญิงอีกคนได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือแววตาของนางเอกที่ค่อยๆ มืดลงทีละนิด ในขณะที่ชายชุดดำยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจคนดูสุดๆ
ใครจะคิดว่าตัวละครตัวเล็กที่สุดในติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า จะสำคัญขนาดนี้ เด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงกลางดูเหมือนจะรับรู้ถึงบรรยากาศที่ไม่ดีเอาเสียเลย สายตาที่มองไปมาด้วยความกังวลทำให้คนดูใจหายวาบ การที่ผู้ใหญ่รอบข้างต่างพยายามปกป้องเขาแต่ก็ไม่สามารถซ่อนความจริงได้หมด มันช่างเป็นฉากที่สะท้อนความเปราะบางของครอบครัวได้ดีมาก
ฉากนี้ในติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ไม่มีการตะโกนด่าทอกันเลย แต่ความตึงเครียดมันพุ่งปรี๊ดจนแทบจะระเบิดออกมาทางหน้าจอ การที่ชายชุดดำเลือกที่จะนิ่งเงียบแทนที่จะอธิบายอะไรออกมา มันยิ่งทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น บางทีความเงียบอาจจะโหดร้ายกว่าคำพูดเสียอีก ดูแล้วรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออกเลย
ตอนดูติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า ฉากนี้รู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดินเลย ทุกคนยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า สายตาที่มองกันครั้งสุดท้ายก่อนจะตัดภาพไป มันเต็มไปด้วยความหมายที่บอกไม่ถูก ทั้งความเสียใจ ความน้อยใจ และความเข้าใจที่อาจจะสายเกินไป ช่างเป็นตอนจบของฉากที่ตราตรึงใจมาก
ฉากนี้ในติ๊ง ที่รักของม๊ะมาแล้วน้า บอกเลยว่าดราม่าจัดเต็มมาก สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว จากความหวังกลายเป็นความผิดหวัง โดยเฉพาะคุณปู่ที่ดูจะพยายามปกป้องหลานชายสุดชีวิต แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะเกินควบคุมแล้ว ความเงียบในห้องโถงยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดจนต้องกลั้นหายใจตามตัวละครไปด้วยจริงๆ