ต้องยกนิ้วให้คอสตูมในเรื่องบ่วงบาศใจกษัตริย์ โดยเฉพาะชุดของหญิงสาวในโทนสีเขียวพาสเทลที่ตัดกับฉากสีแดงเข้มได้อย่างลงตัว เครื่องประดับศีรษะสีทองวิจิตรบรรจงมาก เวลาเธอพูดคุยกับชายชุดขาว สายตาที่สื่อออกมาดูมีความนัยซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่บทสนทนาธรรมดา แต่เหมือนกำลังต่อรองอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก
ชอบฉากที่ชายชุดขาวถือชามชาเขียวมาก ในเรื่องบ่วงบาศใจกษัตริย์ ฉากนี้ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความกดดัน การที่เขาขยับฝาชามช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมอง แสดงให้เห็นถึงความลังเลใจหรืออาจจะกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญ บรรยากาศในห้องที่เงียบสงัดยิ่งทำให้เรารู้สึกเกร็งตามตัวละครไปด้วย ละเอียดอ่อนมาก
เห็นหญิงชุดแดงที่มีเลือดที่มุมปากในบ่วงบาศใจกษัตริย์ แล้วใจหายวาบเลย รอยยิ้มของเธอในตอนนั้นมันดูเจ็บปวดและเย้ยหยันในเวลาเดียวกัน มันบอกใบ้ว่าเธอต้องผ่านอะไรมาอย่างหนักหน่วง ฉากนี้ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ทำให้คนดูรู้สึกสงสารและเอาใจช่วยเธอทันทีที่เห็นหน้า
ฉากจบที่ชายชุดดำส่งจดหมายให้ชายชุดขาวในบ่วงบาศใจกษัตริย์ ทำเอาคนดูต้องเกาหัวตามเลย จดหมายใบนั้นน่าจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่องแน่ๆ สีหน้าของชายชุดขาวที่เปลี่ยนไปทันทีที่ได้รับจดหมาย บ่งบอกว่าเนื้อหาข้างในต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ การตัดจบแบบนี้คือการเล่นกับความรู้สึกคนดูชั้นยอดจริงๆ อยากรู้ตอนต่อไปสุดๆ
ในบ่วงบาศใจกษัตริย์ มีช็อตหนึ่งที่ชายชุดขาวหันหลังแล้วมองไปยังหญิงสาวที่เดินเข้ามา แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างทำให้ผมยาวของเขาเป็นประกาย สวยมากแต่ก็เหงาจับใจ ความสัมพันธ์ของสองคนดูซับซ้อน มีทั้งความห่วงใยและความห่างเหินในเวลาเดียวกัน การแสดงสีหน้าของนักแสดงนำชายทำได้ละเอียดอ่อนมาก ถ่ายทอดความในใจออกมาได้โดยไม่ต้องพูด