พอย้ายฉากเข้ามาในห้องนอน บรรยากาศเปลี่ยนจากโรแมนติกเป็นตึงเครียดทันที เมื่อกษัตริย์และข้าราชบริพารยืนล้อมเตียงที่นางเอกนอนอยู่ สีหน้าของทุกคนดูเป็นกังวลและโกรธแค้นผสมกัน โดยเฉพาะฉากที่นางเอกพยายามจะลุกขึ้นทั้งที่อ่อนแอ ทำให้คนดูอย่างเรารู้สึกสงสารจับใจ การดำเนินเรื่องใน บ่วงบาศใจกษัตริย์ เร็วและกระชับมาก
ต้องขอชมฝ่ายเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับจริงๆ โดยเฉพาะปิ่นปักและสร้อยระย้าที่นางเอกใส่ ดูวิจิตรบรรจงและเข้ากับชุดสีเหลืองอ่อนมากๆ เวลาเธอขยับหัว เครื่องประดับส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเบาๆ เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวละครสุดๆ แม้ในตอนที่เธอกำลังป่วยหรือบาดเจ็บ ความงามนี้ก็ยังไม่ลดลงเลยจริงๆ ใน บ่วงบาศใจกษัตริย์ ละเอียดทุกดีเทล
พระเอกในเรื่องนี้แสดงอารมณ์ผ่านสายตาได้ดีมาก ตั้งแต่ตอนที่อุ้มเธอเข้ามาด้วยความรัก ไปจนถึงตอนที่เห็นเธอเจ็บแล้วทำอะไรไม่ได้ สายตาที่มองไปยังกษัตริย์เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างความกตัญญูและความรักที่มีต่อนางเอก ฉากที่เขาขมวดคิ้วและกัดฟันแน่นทำให้เราสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในใจเขาอย่างชัดเจนใน บ่วงบาศใจกษัตริย์
ตัวละครกษัตริย์ในเรื่องนี้ไม่ได้ดูเป็นผู้ร้ายแบบตรงไปตรงมา แต่แววตาของท่านดูมีความทุกข์และความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ เวลาที่ท่านมองนางเอกที่นอนอยู่บนเตียง มันดูเหมือนท่านกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ยากลำบากมาก การแสดงของนักแสดงที่รับบทนี้ดูมีมิติและน่าค้นหาสุดๆ ทำให้เราอยากรู้ต่อว่าท่านจะสั่งอย่างไรใน บ่วงบาศใจกษัตริย์
ถึงนางเอกจะนอนป่วยอยู่บนเตียงและมีเลือดไหล แต่แววตาของเธอไม่ยอมแพ้เลยสักนิด เธอมองกลับไปที่คนรอบข้างด้วยความมุ่งมั่น แม้ร่างกายจะอ่อนแอแต่จิตใจดูแข็งแกร่งมาก ฉากที่เธอพยายามประคองตัวลุกขึ้นแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ต้องการเป็นภาระใคร ความเข้มแข็งนี้ทำให้ตัวละครนี้น่าหลงใหลและน่าเอาใจช่วยที่สุดใน บ่วงบาศใจกษัตริย์