ดูบ่วงบาศใจกษัตริย์แล้วรู้สึกอินกับปมดราม่ามาก โดยเฉพาะสีหน้าขององค์ชายชุดม่วงที่ดูกังวลและโกรธแค้นปนกัน การที่นักโทษถูกนำตัวออกมาประจานกลางท้องพระโรงแบบนี้มันบ่งบอกถึงความขัดแย้งที่รุนแรงมาก ฉากที่ขุนนางชุดฟ้าแสดงพลังออกมาเพื่อปกป้องหรือโจมตีใครสักคนนั้นทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นตัวโก่งว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมของบ่วงบาศใจกษัตริย์จริงๆ ชุดแต่ละตัวละเอียดและวิจิตรตระการตามาก โดยเฉพาะชุดของหญิงสาวในฉากตัดมาที่ดูหรูหราและแพงมาก เครื่องประดับศีรษะที่เป็นทองคำแท้ดูสมจริงและเข้ากับยุคสมัย ฉากต่อสู้ที่ชุดสีฟ้าปลิวไสวไปกับพลังเวทมนตร์นั้นสวยงามเหมือนภาพวาดเคลื่อนไหวเลย
ดูบ่วงบาศใจกษัตริย์แล้วไม่กล้ากระพริบตาเลย เพราะทุกฉากมีจุดหักมุมเสมอ จากที่คิดว่าขุนนางชุดฟ้าจะเป็นตัวร้ายที่คอยขัดขวาง กลับกลายเป็นว่ามีพลังพิเศษที่อาจใช้เพื่อช่วยเหลือใครบางคน หรืออาจจะเพื่อตัวเองกันแน่? ฉากที่นักโทษถูกทำร้ายแล้วมีเลือดไหลออกมาทำให้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีการประนีประนอมจริงๆ
นักแสดงในบ่วงบาศใจกษัตริย์ทุกคนแสดงสีหน้าได้ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะฉากที่องค์ชายชุดม่วงตะโกนสั่งการด้วยความโกรธ แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความแค้นนั้นสื่อออกมาได้ชัดเจนมาก หรือฉากที่ขุนนางชุดฟ้ากำลังรวบรวมพลัง สีหน้าที่เคร่งขรึมและมุ่งมั่นทำให้เรารู้สึกถึงพลังมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น
ไม่คิดเลยว่าบ่วงบาศใจกษัตริย์จะมีฉากแฟนตาซีที่อลังการขนาดนี้ พลังเวทมนตร์ที่พุ่งออกมาเป็นวงกลมสีทองพร้อมสัญลักษณ์โบราณนั้นดูขลังและทรงพลังมาก การที่ตัวละครสามารถลอยตัวหรือพุ่งเข้าใส่คู่ต่อสู้ด้วยพลังแสงนั้นทำออกมาได้สมจริงมาก ฉากนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้นจากเดิมที่เป็นแค่ดราม่าวังหลวง