สีหน้าขององค์หญิงในบ่วงบาศใจกษัตริย์ บอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าคำพูด น้ำตาที่ไหลรินพร้อมความกังวลในดวงตา ทำให้คนดูรู้สึกจุกอกตามไปด้วย เครื่องประดับศีรษะที่วิจิตรบรรจงตัดกับความเศร้าในใจตัวละครได้อย่างลงตัว ฉากนี้ทำให้รู้ว่าอำนาจในวังหลวงต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ
แม้จะนั่งอยู่บนบัลลังก์แต่บารมีของฮ่องเต้ในบ่วงบาศใจกษัตริย์ กลับแผ่กระจายไปทั่วท้องพระโรง สายตาที่มองลงมาด้วยความเจ็บปวดแต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้ แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของการเป็นผู้นำที่มีอำนาจสูงสุด ฉากที่ทรงกำหมัดแน่นบอกเลยว่าพระองค์กำลังเดือดดาลแต่ต้องระงับไว้
ตัวละครองค์ชายในบ่วงบาศใจกษัตริย์ แสดงความบ้าคลั่งออกมาได้สุดยอดมาก รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเสียงหัวเราะที่ก้องกังวาน ทำให้รู้สึกขนลุกจริงๆ การที่เขาสั่งประหารคนตรงหน้าโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ในคราบผู้สูงศักดิ์
ฉากที่พระเอกเข้าไปปกป้องชายชราที่ถูกมัดในบ่วงบาศใจกษัตริย์ เป็นฉากที่ซึ้งกินใจมาก แม้ตัวเองจะตกอยู่ในอันตรายแต่ก็ยังคิดจะช่วยคนอื่นก่อน เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและเลือดที่เปื้อนหน้าของชายชรา ยิ่งทำให้ความกล้าหาญของพระเอกโดดเด่นขึ้นไปอีก เป็นมิตรภาพที่หาได้ยากในวังหลวง
ฉากต่อสู้ในบ่วงบาศใจกษัตริย์ ใช้เทคนิคการถ่ายทำที่ทันสมัยมาก การที่ตัวละครกระโดดลอยตัวได้สูงและปล่อยพลังออกมาเป็นคลื่นแสงสีทอง ทำให้การต่อสู้ดูไม่จำเจ เอฟเฟกต์ควันและประกายไฟช่วยเพิ่มอรรถรสได้เป็นอย่างดี คนดูรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฉากนั้นจริงๆ