ชอบตัวละครนางใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง มาก แม้จะถูกมองว่าร้อนแรงเกินไป แต่เธอกลับไม่ย่อท้อ กลับพยายามเรียนรู้และปรับตัว ฉากที่เธอถือหนังสือเดินเข้าไปหาขุนนางด้วยความมุ่งมั่น แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความตั้งใจจริง ไม่ใช่แค่สวยแต่สมองก็เฉียบแหลม ไม่แปลกใจที่ฮ่องเต้ถึงทรงสนใจ
ต้องยกนิ้วให้ทีมสร้าง (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ที่เนรมิตฉากวังหลวงได้สมจริงและงดงามทุกมุม ทั้งโคมไฟสีแดง ฉากหลังที่เป็นศาลากลางน้ำ และการแต่งกายของตัวละครที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะฉากเล่นโกะกลางศาลา ที่ทั้งสงบและเต็มไปด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์ ดูแล้วเหมือนได้ย้อนยุคไปจริงๆ
สิ่งที่ทำให้ (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง น่าติดตามคือความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับนางเอก ที่ไม่ได้เร่งรีบ แต่ค่อยๆ พัฒนาผ่านการพูดคุย การเล่นโกะ และการสอนเรื่องราชสำนัก ฉากที่ฮ่องเต้บอกว่า 'ค่อยๆ สอนเจ้าก็แล้วกัน' ฟังแล้วใจละลาย เหมือนเขาไม่ได้มองเธอเป็นแค่เครื่องประดับ แต่เป็นคนที่เขาอยากดูแลและเติบโตไปด้วยกัน
ตัวละครขุนนางใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ก็ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะตอนที่เขาบอกนางเอกว่าฮ่องเต้อ่านฎีกาทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้หลับได้นอน แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความห่วงใยต่อพระมหากษัตริย์ ฉากที่เขาวิ่งเข้าไปในห้องด้วยความรีบร้อนก็สร้างเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย เป็นตัวละครเสริมที่ทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้น
ฉากเปิดเรื่องใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ทำเอาใจสั่นเมื่อฮ่องเต้ตรัสกับนางอย่างอ่อนโยน ทั้งที่ภายนอกดูเคร่งขรึม แต่ลึกๆ แล้วพระองค์ทรงห่วงใยและพยายามสอนนางด้วยตนเอง การแสดงสีหน้าของฮ่องเต้ตอนเล่นโกะกับนางช่างอบอุ่นจนละลายหัวใจ ใครว่าฮ่องเต้เย็นชา ดูฉากนี้แล้วเปลี่ยนใจเลย