ชอบการตัดต่อที่เชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้แนบเนียนมาก จากฉากที่ทั้งคู่ไหว้พระขอพรอย่างสงบ กลับตัดมาสู่ฉากไฟไหม้ที่ดูโหดร้ายและเจ็บปวด นางเอกในชุดสีแดงยืนอยู่ท่ามกลางกองไฟด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ช่างเป็นภาพที่สะเทือนใจสุดๆ เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่เบื้องหลังคำอธิษฐานเหล่านั้น ทำให้อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ฉากที่นางเอกในชุดราชินีถือเครื่องรางสีแดงแล้วทำตกพื้น ช่างเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก แววตาของเธอตอนนั้นดูเศร้าและเจ็บปวดจนคนดูอย่างเราจุกอกไปเลย การที่เธอพูดว่าความรู้สึกมันหายไปพร้อมกับเครื่องรางนี้ ยิ่งทำให้สงสัยว่าเธอต้องแลกอะไรไปบ้างใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง เป็นฉากที่ดึงอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ต้องยกนิ้วให้ทีมคอสตูมและฉากจริงๆ ชุดฮั่นฝูของตัวละครแต่ละตัวสวยและละเอียดมาก โดยเฉพาะชุดสีแดงของนางเอกที่ตัดกับฉากไฟได้อย่างลงตัว แต่ความสวยงามเหล่านี้กลับซ่อนเรื่องราวที่โหดร้ายไว้ การที่พระเอกต้องทนทุกข์ทรมานเพื่อใครบางคน ช่างเป็นพล็อตที่บีบหัวใจคนดูสุดๆ ใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ทุกเฟรมดูมีเรื่องราวซ่อนอยู่หมดเลย
ตอนจบของคลิปนี้ทิ้งปมไว้ให้คนดูคิดตามเยอะมาก การที่นางเอกทิ้งเครื่องรางลงพื้นเหมือนจะบอกว่าเธอตัดสินใจบางอย่างไปแล้ว แต่แววตายังคงมีความลังเลอยู่ พระเอกที่ดูมุ่งมั่นจะปกป้องเธอไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ช่างเป็นเคมีที่เข้ากันได้ดีมาก อยากรู้ตอนต่อไปมากๆ ว่าใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ทั้งคู่จะต้องเผชิญกับอุปสรรคอะไรอีกบ้าง เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ
ฉากเปิดเรื่องในวัดช่างดูขลังและสงบมาก เสียงกระดิ่งลมทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกยุคหนึ่ง การที่พระเอกและนางเอกต่างคนต่างมาขอพรแต่กลับมีชะตาที่ผูกพันกันตั้งแต่ต้น ช่างเป็นจุดเริ่มต้นที่โรแมนติกและน่าติดตามสุดๆ ใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง การแสดงสีหน้าของทั้งคู่ตอนคุกเข่าสื่อถึงความศรัทธาที่แรงกล้าจริงๆ ดูแล้วใจเต้นตามเลย