ชอบดีไซน์ชุดของนางเอกมาก โดยเฉพาะชุดสีแดงที่มีขนสัตว์คลุมไหล่ ดูทรงพลังแต่ก็เศร้าลึกๆ ฉากที่เธอเดินคนเดียวในระเบียงโคมไฟ มันเหมือนเธอเดินออกจากชีวิตเก่าของตัวเอง เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ทำให้เราเห็นว่าการเสียสละบางครั้งไม่ใช่แค่การจากลา แต่คือการยอมให้ตัวเองเจ็บเพื่อคนอื่น
ฉากจับมือระหว่างพระเอกกับนางเอกมันสั้นแต่ทรงพลังมาก เหมือนเขาพยายามจะบอกอะไรบางอย่างแต่พูดไม่ออก ส่วนเธอก็รู้แต่เลือกที่จะไม่ตอบกลับ ความสัมพันธ์ของพวกเขาใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง มันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด ดูแล้วรู้สึกอึดอัดแต่ก็หยุดดูไม่ได้
ฉากเดินในระเบียงโคมไฟมันสวยมาก แต่กลับทำให้รู้สึกเหงาจับใจ แสงสว่างจากโคมไฟมันไม่พอจะไล่ความมืดในใจของนางเอกได้เลย เรื่องราวใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ทำให้เราเห็นว่าบางครั้งการได้อยู่ใกล้กันที่สุด ก็คือการอยู่ห่างกันที่สุดในแง่ของหัวใจ
ชอบตอนที่นางเอกหันหลังแล้วเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามองเลย มันเจ็บปวดมากที่เธอเลือกจะเก็บน้ำตาไว้คนเดียว พระเอกก็ยืนนิ่งๆ ไม่กล้าตามไป ความสัมพันธ์ใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ได้พูด แต่กลับสื่อออกมาทางสายตาและการกระทำได้ชัดเจนที่สุด
ฉากที่นางเอกนั่งร้องไห้เงียบๆ ขณะที่พระเอกจับมือเธอไว้ มันสะเทือนใจมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่ความรู้สึกมันล้นออกมาทางสายตาจริงๆ การแสดงของนักแสดงนำใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ทำได้ดีจนเราอินตามไปด้วย บรรยากาศในห้องที่อบอุ่นแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันขัดแย้งกันอย่างน่าทึ่ง