ชอบการแสดงสีหน้าขององค์หญิงในชุดดำมาก ไม่ต้องพูดเยอะแต่สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ตอนฮ่องเต้เข้ามาแล้วสั่งลงโทษแม่ทัพ เธอแค่ยืนนิ่งๆ แต่สายตาบอกเลยว่านี่คือผลลัพธ์ที่เธอต้องการ (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ฉากนี้ทำให้เห็นว่าในวังอำนาจที่แท้จริงอาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่ง แต่อยู่ที่ใครคุมเกมได้มากกว่ากัน การแต่งกายและแสงเทียนช่วยเสริมบรรยากาศได้ยอดเยี่ยม
ฉากที่แม่ทัพคุกเข่าขอโทษแต่ฮ่องเต้ไม่ฟังและสั่งประหารทันที ชี้ให้เห็นว่าใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ความผิดต่อองค์หญิงคือโทษตายไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใด องค์หญิงเองก็ดูไม่ประหลาดใจ เหมือนเธอคำนวณไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครซับซ้อนมาก ใครเป็นใครกันแน่? การแสดงของนักแสดงทุกคนทำให้เราติดหนึบจนไม่อยากกดข้ามเลย
การจัดแสงในฉากนี้สุดยอดมาก แสงเทียนที่ส่องวูบวาบสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของชีวิตในวังหลวง ตอนแม่ทัพถูกสั่งประหาร แสง jatuh正好บนใบหน้าขององค์หญิง ทำให้เห็นแววตาที่ทั้งเศร้าและเย็นชาในเวลาเดียวกัน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง ฉากนี้ไม่ใช่แค่การลงโทษ แต่เป็นการประกาศอำนาจอย่างเงียบๆ ใครดูแล้วต้องรู้สึกหนาวสันหลังแน่นอน
ดูแล้วรู้สึกหดหู่แทนทุกคนในฉากนี้ แม้ฮ่องเต้จะสั่งประหารแม่ทัพเพื่อปกป้องเกียรติขององค์หญิง แต่จริงๆ แล้วทุกคนล้วนเป็นเหยื่อของเกมอำนาจใน (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง องค์หญิงเองก็ดูไม่มีความสุข แม้จะได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ฉากนี้ทำให้คิดว่าในวังหลวงไม่มีผู้ชนะจริงๆ มีแต่ผู้รอดชีวิตเท่านั้น การแสดงและบทพูดคมคายมาก ดูแล้วต้องหยุดคิดตาม
ฉากนี้ตึงเครียดมาก! การที่ฮ่องเต้สั่งประหารแม่ทัพทันทีที่รู้ว่าเขาทำร้ายหลานสาวขององค์หญิง แสดงให้เห็นว่า (พากย์เสียง) จอมนางชิงเหิง มีอำนาจเหนือกว่าที่คิด แววตาขององค์หญิงตอนมองแม่ทัพคุกเข่าช่างเย็นชาและเด็ดขาดจริงๆ เหมือนเธอรู้ทุกอย่างแต่รอจังหวะจัดการเอง บรรยากาศในวังเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี ใครไว้ใจใครไม่ได้เลยสักคน