ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้การโทรศัพท์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ฉากที่นางเอกนั่งร้องไห้บนบันไดขณะคุยโทรศัพท์มันบาดลึกมาก พระเอกที่ดูแข็งกร้าวกลับอ่อนแอเมื่อเห็นรูปลูกสาว เรื่องรักแท้แต่กลับได้น้ำตานี้สอนให้รู้ว่าบางครั้งการให้อภัยอาจสายเกินไป การแสดงของนักแสดงทุกคนสมจริงจนลืมว่ากำลังดูซีรีส์
ฉากเปิดเรื่องที่ทั้งสามคนยืนเผชิญหน้ากันมันเต็มไปด้วยความตึงเครียด การที่พระเอกชี้ไปที่นางเอกอีกคนแล้วแสดงรูปเด็กในมือถือ มันเหมือนการเปิดแผลเก่าที่ไม่มีใครอยากพูดถึง เรื่องรักแท้แต่กลับได้น้ำตานี้ทำให้รู้ว่าความรักบางครั้งก็ทำร้ายกันได้ลึกซึ้งที่สุด การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนรู้ความจริงมันพูดแทนคำพูดได้ทั้งหมด
ชอบที่เรื่องไม่รีบเฉลยปมแต่ค่อยๆ เปิดเผยผ่านฉากย้อนอดีต ฉากที่นางเอกอุ้มเด็กน้อยกินข้าวแล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นฉากโทรศัพท์ร้องไห้มันสร้างความสงสัยได้ดีมาก เรื่องรักแท้แต่กลับได้น้ำตานี้ทำให้เห็นว่าความเงียบบางครั้งก็ทำร้ายมากกว่าคำโกหก การแสดงของพระเอกตอนเห็นรูปลูกสาวในมือถือมันสื่อถึงความเสียใจที่พูดไม่ออก
ฉากที่พระเอกหยิบมือถือแล้วแสดงรูปเด็กให้ดู มันเหมือนการเปิดกล่องแพนดอร่าที่ไม่มีใครเตรียมใจ นางเอกที่ดูสงบกลับแตกสลายทันทีที่เห็นภาพ เรื่องรักแท้แต่กลับได้น้ำตานี้สอนให้รู้ว่าบางครั้งการรู้ความจริงอาจเจ็บปวดกว่าการไม่รู้อะไรเลย การแสดงสีหน้าของตัวละครทุกตัวในฉากนั้นมันสมบูรณ์แบบจนน่าทึ่ง
ชอบวิธีใช้สีโทนเย็นในฉากปัจจุบันตัดกับสีโทนอุ่นในฉากย้อนอดีต มันช่วยสื่ออารมณ์ความแตกต่างระหว่างความทรงจำกับความจริงได้ดีมาก เรื่องรักแท้แต่กลับได้น้ำตานี้ทำให้เห็นว่าความรักที่ขาดความไว้ใจมันเปราะบางแค่ไหน ฉากที่นางเอกร้องไห้ขณะคุยโทรศัพท์มันทำให้คนดูรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยจริงๆ