การตัดสลับระหว่างความจริงอันเงียบเหงากับภาพความทรงจำในอดีตที่อบอุ่นและมีความสุข ช่างเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ทรงพลังมาก ภาพที่เธอเอาขนมมาให้เขากินขณะเลือกเสื้อผ้านั้นช่างดูน่ารักและสดใส แต่เมื่อกลับมาสู่ปัจจุบันที่ตู้เสื้อผ้าว่างเปล่า มันยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดได้ลึกซึ้ง เป็นฉากที่ทำให้เข้าใจคำว่า รักแท้แต่กลับได้น้ำตา ได้อย่างชัดเจนที่สุด
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในฉากนี้มาก โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่วางระเกะระกะอยู่บนพื้นและบนม้านั่ง มันบอกเล่าเรื่องราวความโกลาหลในใจของตัวละครได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลยแม้แต่น้อย การที่เขาเก็บเสื้อผ้าเหล่านั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ แสดงให้เห็นว่าเขายังทำใจไม่ได้จริงๆ เป็นงานภาพที่สื่อสารอารมณ์ได้ดีมากใน รักแท้แต่กลับได้น้ำตา
ต้องยกนิ้วให้พระเอกจริงๆ ที่ใช้แค่สายตาและสีหน้าในการถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ตอนที่ตื่นมาแล้วรู้สึกแปลกๆ จนไปถึงตอนที่พบว่าเธอไม่อยู่และตู้เสื้อผ้าว่างเปล่า ทุกการขยับตัวของเขาดูหนักอึ้งไปด้วยความเศร้า ทำให้เราอินไปกับตัวละครมากจนลืมหายใจ เป็นฉากที่พิสูจน์แล้วว่า รักแท้แต่กลับได้น้ำตา ไม่ได้ใช้แค่บทพูดแต่ใช้การแสดงนำเรื่อง
โทนสีของห้องที่ดูเรียบหรูแต่เย็นชาในฉากปัจจุบัน ตัดกับโทนสีอุ่นๆ ในฉากความทรงจำ ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้เป็นอย่างดี บรรยากาศในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง ยิ่งทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวของพระเอกเด่นชัดขึ้นมาก ดูแล้วรู้สึกอึดอัดตามไปด้วยจริงๆ เป็นงานสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมของ รักแท้แต่กลับได้น้ำตา
ฉากในความทรงจำที่เธอยิ้มอย่างสดใสขณะยื่นขนมให้เขา มันช่างเป็นภาพที่งดงามแต่ก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกัน เพราะเรารู้ว่านั่นคืออดีตที่ไม่มีวันหวนกลับมา รอยยิ้มของเธอยิ่งทำให้ความว่างเปล่าในปัจจุบันดูโหดร้ายมากขึ้น เป็นการใช้ภาพความทรงจำมาทำร้ายคนดูและตัวละครได้อย่างเจ็บแสบมากใน รักแท้แต่กลับได้น้ำตา