โทนสีของเรื่องที่ใช้สีขาวและสีฟ้าอ่อนของโรงพยาบาลมันช่วยเสริมอารมณ์เหงาและเศร้าได้เป็นอย่างดี แสงสว่างที่ดูเย็นชาในห้องโถงตัดกับแสงอุ่นๆ ในห้องผู้ป่วยได้อย่างน่าสนใจ มันเหมือนเป็นการแบ่งแยกโลกสองใบระหว่างความจริงอันโหดร้ายกับความอบอุ่นในครอบครัว การกำกับภาพในเรื่องนี้ทำได้ดีมากในการใช้สภาพแวดล้อมบอกเล่าอารมณ์ของตัวละครโดยไม่ต้องพึ่งคำพูดเยอะเลย ใน รักแท้แต่กลับได้น้ำตา
แม้เรื่องจะดูเศร้าแต่ก็ยังมีโมเมนต์ที่ให้ความหวังอยู่บ้าง อย่างรอยยิ้มของคุณยายตอนกินส้ม หรือแววตาของพระเอกที่พยายามทำให้ท่านมีความสุข มันทำให้เรารู้สึกว่าแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด มนุษย์เราก็ยังสามารถหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้เสมอ เรื่องนี้สอนให้เราเห็นคุณค่าของเวลาที่มีอยู่กับคนรักมากๆ ดูแล้วอยากกลับไปกอดคนในครอบครัวทันทีเลย เป็นข้อคิดดีๆ จาก รักแท้แต่กลับได้น้ำตา ที่อยากบอกต่อ
ตอนจบของคลิปนี้ทิ้งปมไว้ให้คนดูคิดตามเยอะมาก ว่าสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของตัวละครเหล่านี้จะลงเอยอย่างไร ความรักความผูกพันที่เห็นในคลิปมันช่างเปราะบางแต่ก็แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน การที่เรื่องไม่รีบเฉลยทุกอย่างแต่ค่อยๆ ปล่อยข้อมูลออกมาทำให้คนดูต้องติดตามต่ออยากรู้ตอนต่อไปมาก เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องที่ทำได้ดีมากใน รักแท้แต่กลับได้น้ำตา ที่ทำให้คนดูติดหนึบจนวางไม่ลงเลยจริงๆ
ชอบฉากที่พระเอกนั่งปอกส้มให้คุณยายมาก มันดูเป็นกิจวัตรธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจและความรู้สึกผิดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ การที่เขาพยายามทำให้คุณยายยิ้มได้ทั้งที่ตัวเองก็ดูไม่สบายใจเลย มันสะท้อนความรักความผูกพันในครอบครัวได้ดีมาก ดูแล้วน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว เป็นฉากเล็กๆ ที่ทรงพลังมากในซีรีส์ รักแท้แต่กลับได้น้ำตา ทำให้เรารู้สึกว่าบางครั้งการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ก็มีความหมายมากกว่าคำพูดเป็นพันคำ
ชุดโค้ทสีเบจของนางเอกเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศเศร้าๆ ในห้องผู้ป่วยมากเลยนะ ท่าทางที่เธอนั่งข้างเตียงแล้วจับมือคุณยายไว้แน่น มันสื่อถึงความห่วงใยและความกังวลใจได้ชัดเจนมาก แม้เธอจะไม่ได้พูดอะไรออกมามากนัก แต่แววตาที่มองคุณยายมันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดแล้ว การแสดงของเธอนุ่มนวลแต่ทรงพลังมาก ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับตัวละครในเรื่อง รักแท้แต่กลับได้น้ำตา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆ