จังหวะที่หมอในเสื้อกาวน์ขาวเดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวอีกคน บรรยากาศเปลี่ยนทันที! สีหน้าของทุกคนบอกเล่าเรื่องราวโดยไม่ต้องใช้คำพูด ชายหนุ่มในเสื้อโค้ทลายตารางดูตกใจจนพูดไม่ออก ส่วนนางเอกก็พยายามทำตัวให้เข้มแข็ง แต่แววตาที่สั่นเครือบอกทุกอย่าง ฉากนี้ในรักแท้แต่กลับได้น้ำตาทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย
คุณยายบนเตียงผู้ป่วยคือกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงความเศร้า ทำให้คนดูสงสัยว่าท่านรู้ความลับอะไรบางอย่างหรือไม่ การที่ท่านยื่นส้มให้หญิงสาวในเสื้อโค้ทเบจเหมือนเป็นการส่งต่อความหวังบางอย่าง ฉากเหล่านี้ในรักแท้แต่กลับได้น้ำตาทำให้เราต้องกลับมาคิดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวของตัวเอง
ฉากที่ทุกคนมาเจอกันในโถงโรงพยาบาลช่างเต็มไปด้วยความตึงเครียด หมอหนุ่มที่ดูตกใจ หญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินที่ยืนข้างๆ เขา นางเอกที่พยายามควบคุมอารมณ์ และชายหนุ่มในเสื้อโค้ทลายตารางที่ดูสับสน ทุกสายตาจับจ้องกันเหมือนกำลังรอให้ใครบางคนพูดอะไรออกมา รักแท้แต่กลับได้น้ำตาทำให้ฉากธรรมดาๆ กลายเป็นฉากที่ทรงพลังมาก
ชอบวิธีที่เรื่องใช้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการบอกเล่าเรื่องราว เช่น การที่หญิงสาวในเสื้อโค้ทเบจจับมือคุณยายอย่างอ่อนโยน หรือการที่ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตลายตารางมองนางเอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล แม้แต่การที่ยืนห่างกันเล็กน้อยในโถงโรงพยาบาลก็บอกเล่าระยะห่างในความสัมพันธ์ได้ชัดเจน รักแท้แต่กลับได้น้ำตาเข้าใจจิตวิทยาตัวละครดีมาก
เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับความรักที่ต้องเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด การที่หมอหนุ่มปรากฏตัวพร้อมหญิงสาวอีกคนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกและชายหนุ่มในเสื้อโค้ทลายตารางสั่นคลอน สีหน้าที่เปลี่ยนไปของแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวของหัวใจที่แตกสลาย รักแท้แต่กลับได้น้ำตาทำให้เราต้องกลับมาคิดว่าการรักใครสักคนต้องแลกกับอะไรบ้าง