ฉากเปิดเรื่องทำเอาอึ้งเลยเมื่อเห็นชายชราถือวัตถุประหลาดที่เปล่งแสง แต่พอเจ้าหนูแฮมสเตอร์ในชุดสีเหลืองโผล่มา บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นตลกทันที มันดูเหมือนจะเป็นผู้ควบคุมระบบอะไรบางอย่างที่ล้ำสมัยมาก การตัดสลับระหว่างโลกแฟนตาซีกับหน้าจอโฮโลแกรมทำให้ดูทันสมัยสุดๆ เรื่องราวใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ดูจะมีความซับซ้อนซ่อนอยู่เบื้องหลังความน่ารักของเจ้าหนูตัวนี้แน่นอน
ตัวละครหญิงผมสีชมพูดูสงบนิ่งแต่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ฉากที่เธอถือแผ่นป้ายเรืองแสงแล้วมีเจ้าหนูโผล่มาจากแขนเสื้อช่างน่าค้นหาสุดๆ การที่เธอสามารถเรียกดาบขนาดใหญ่หรือหนังสือเวทมนตร์ออกมาได้ผ่านระบบดิจิทัล บ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา เรื่องราวใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร คงต้องมีการต่อสู้ระหว่างพลังโบราณกับเทคโนโลยีแน่ๆ
ใครจะคิดว่าเจ้าหนูแฮมสเตอร์ตัวอ้วนๆ จะมีความสามารถขนาดนี้ ทั้งการเรียกอาวุธและจัดการข้อมูลในระบบ มันแสดงอารมณ์ได้หลากหลายมากตั้งแต่ดีใจจนน้ำตาไหลไปจนถึงทำท่าทางกวนโอ๊ย ฉากที่มันกอดตัวเองหรือชี้มือสั่งการดูมีเสน่ห์สุดๆ การผสมผสานความตลกเข้ากับฉากแอ็คชั่นใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ทำให้คนดูไม่เบื่อเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉากที่วัตถุสีดำลอยอยู่กลางป่าในยามค่ำคืนสร้างบรรยากาศลึกลับได้ดีมาก พอหญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ก็เกิดแสงสว่างและเงาดำพุ่งออกมาจากกองสมบัติ ชายชราที่คุกเข่าอยู่ดูจะหวาดกลัวสิ่งเหล่านี้มาก การปรากฏตัวของเงารูปร่างคนรอบๆ กองทองทำให้รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่มองไม่เห็น เนื้อหาใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ดูจะเล่นกับประเด็นความโลภและอำนาจได้ดีทีเดียว
ฉากหลังที่เป็นห้องควบคุมสีฟ้ากับหน้าจอโฮโลแกรมลอยไปมาทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอนาคต เจ้าหนูแฮมสเตอร์ดูเหมือนจะเป็นแอดมินของระบบนี้ มันสามารถเรียกไอเทมอย่างถุงลูกอมหรือดาบเวทมนตร์ออกมาได้อย่างง่ายดาย การที่มันทำท่าทางมั่นใจแล้วยกนิ้วโป้งให้คนดูสร้างความประทับใจได้มากทีเดียว ความแฟนตาซีใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ผสมกับความเป็นไซไฟได้ลงตัวมาก