ฉากเปิดเรื่องทำเอาขนลุกซู่เมื่อเห็นจอมมารนอนแน่นิ่งแต่กลับมีพลังสีม่วงแผ่ออกมา การฟื้นคืนชีพของเขาไม่ใช่แค่การตื่นนอนธรรมดา แต่เป็นการปะทุของพลังที่อัดอั้นมานาน ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยจริงๆ บรรยากาศในห้องที่ดูสงบแต่แฝงไปด้วยอันตรายทำให้เราลุ้นว่าเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไร การดำเนินเรื่องใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร เร็วและกระชับมาก
ต้องยอมรับว่าตัวละครหญิงผมชมพูในเรื่องนี้สวยและดูมีมาดมาก ยืนอยู่ข้างๆ จอมมารที่ดูอันตรายแต่เธอกลับไม่หวั่นไหว สายตาที่มุ่งมั่นและการถือดาบของเธอแสดงออกถึงความเป็นนักรบที่แท้จริง ฉากที่เธอเผชิญหน้ากับเหล่าผู้เฒ่าบนยอดเขาหิมะช่างงดงามและทรงพลัง เป็นภาพที่จำไม่ลืมจริงๆ การแสดงออกทางสีหน้าของเธอใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร บอกเล่าเรื่องราวได้ดีมาก
ฉากที่ผู้เฒ่าถือไม้เท้าหัวมังกรนำทัพมาโจมตีนั้นยิ่งใหญ่มาก พลังสีม่วงที่พุ่งออกมาพร้อมลูกสมุนที่ลอยได้สร้างบรรยากาศการต่อสู้ที่ดุเดือด แสงสีฟ้าจากดาบของเหล่าผู้พิทักษ์ตัดกับพลังมืดได้อย่างลงตัว ดูแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามรบจริงๆ เสียงเอฟเฟกต์และการเคลื่อนไหวของตัวละครทำออกมาได้ลื่นไหลมาก เป็นตอนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงที่สุดใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร
ฉากที่แสดงถึงภายในร่างกายของจอมมารนั้นแปลกใหม่และน่าสนใจมาก การเห็นเส้นสายพลังสีดำและสีแดงที่วิ่งไปมาพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายแล้วฟื้นฟูใหม่ ทำให้เราเข้าใจว่าเขากำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ มันไม่ใช่แค่การบาดเจ็บทางกายแต่เป็นสงครามภายในวิญญาณ ภาพกราฟิกตรงส่วนนี้ทำออกมาได้ละเอียดและสวยงามมาก เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ทำให้ เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร น่าดูขึ้นเยอะ
อยู่ดีๆ ก็มีฉากเจ้าหนูแฮมสเตอร์ใส่เสื้อเหลืองโผล่มาในฉากที่มีเทคโนโลยีสูง ทำให้รู้สึกแปลกใจแต่ก็น่ารักดี ไม่รู้ว่าตัวละครนี้มีความสำคัญอย่างไรในเรื่อง หรือเป็นแค่ฉากแทรกให้ผ่อนคลายก่อนเข้าฉากดราม่าหนักๆ แต่การปรากฏตัวของมันทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น ไม่เครียดจนเกินไป เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจมากใน เมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ที่ทำให้คนดูต้องเดากันต่อไป