ฉากเปิดเรื่องในเมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ทำออกมาได้ละมุนตาสุดๆ หิมะที่โปรยปรายลงมาบนหลังคาเรือนไม้กับฉากหลังภูเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ให้ความรู้สึกสงบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน บรรยากาศแบบนี้ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังเข้าไปอยู่ในโลกนิยายกำลังภายในจริงๆ การออกแบบแสงเงาและการจัดองค์ประกอบภาพถือว่าทำได้ดีมาก ดูแล้วสบายตาแต่ก็ตื่นเต้นไปกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ต้องยกนิ้วให้เคมีระหว่างนางเอกผมชมพูกับพระเอกผมขาวในเรื่องเมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร แค่ยืนคู่กันก็ดูเข้าขากันอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่มองกันมันบอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูด การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่ดูเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะฉากที่เดินเข้ามาในท้องพระโรงด้วยกัน มันมีความเป็นคู่หูที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันจริงๆ คนดูอย่างเราแค่เห็นก็ใจพองโตแล้ว
ฉากในท้องพระโรงของเมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร ตื่นเต้นจนต้องกลั้นหายใจ การที่ตัวละครหลักต้องยืนเผชิญหน้ากับเหล่าผู้อาวุโสและประธานสำนักที่ดูโกรธจัด มันสร้างความตึงเครียดได้มหาศาล การจัดวางตำแหน่งตัวละคร การสลับมุมกล้องจากใบหน้าอันเกรี้ยวกราดของประธานสำนัก มาสู่ความนิ่งสงบของพระเอก มันช่วยขับเน้นความขัดแย้งได้เป็นอย่างดี ดูแล้วลุ้นแทบขาดใจว่าเรื่องจะลงเอยอย่างไร
ตัวละครประธานสำนักในเรื่องเมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร แสดงอารมณ์ได้ดุเดือดมากจริงๆ แค่เห็นสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธก็รู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่กดดันลงมา การที่เขากำหมัดแน่นและขว้างถุงลงพื้น มันสื่อถึงความไม่พอใจในระดับสูงสุด ฉากนี้ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และอยากรู้ทันทีว่าทำไมเขาถึงโกรธขนาดนี้ เป็นตัวละครที่สร้างดราม่าได้ดีมาก
สิ่งที่ชอบที่สุดในเมื่อเซียนหญิงต้องจีบจอมมาร คือความนิ่งของพระเอกผมขาว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและทุกคนดูวุ่นวาย เขากลับยังคงสงบเสงี่ยม ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ความนิ่งแบบนี้มันดูเท่และดูมีมาดมาก มันทำให้เรารู้สึกว่าเขาต้องมีแผนอะไรบางอย่างหรือมีพลังที่ซ่อนอยู่ การแสดงออกแบบนี้ทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าค้นหาสุดๆ เป็นพระเอกที่ดูฉลาดและรอบคอบมาก