การปะทะกันระหว่างสองจอมยุทธ์ในฉากนี้ทำเอาคนดูอย่างเราต้องกลั้นหายใจเลยทีเดียว พลังยุทธ์ที่พุ่งออกมาจากฝ่ามือนั้นดูสมจริงมาก แม้จะเป็นเอฟเฟกต์แต่ก็ใส่มาได้อย่างลงตัว การแสดงสีหน้าของตัวละครหลักตอนรับแรงกระแทกนั้นสื่อถึงความเจ็บปวดได้ชัดเจนมาก ดูแล้วรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ตึงเครียดใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ จริงๆ ฉากนี้บอกเลยว่าผู้กำกับจัดเต็มเรื่องมุมกล้องมาก
ตัวละครที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วหัวเราะชอบใจตอนเห็นคนอื่นต่อสู้กันนั้นช่างน่ากลัวจริงๆ รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเสียงหัวเราะที่ดังลั่นสะท้อนถึงความโหดเหี้ยมในจิตใจได้อย่างน่าตกใจ การแสดงของนักแสดงท่านนี้ยอดเยี่ยมมาก ทำให้คนดูรู้สึกหมั่นไส้และอยากเอาใจช่วยพระเอกให้เอาชนะให้ได้ บรรยากาศใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ช่วงนี้ดูอึดอัดแต่ก็สนุกจนวางไม่ลงเลย
สีหน้าของหญิงสาวในชุดสีแดงที่แสดงออกถึงความห่วงใยและความกลัวนั้นทำให้ฉากต่อสู้ดูมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่การตีกันธรรมดาแต่มีอารมณ์ความรู้สึกของคนที่รักเป็นเดิมพัน ดวงตาที่เบิกกว้างและริมฝีปากที่สั่นเท่านั้นสื่ออารมณ์ได้ดีมาก คนดูอย่างเราเลยต้องเอาใจช่วยเธอด้วย ดูในแอปเน็ตชอร์ตแล้วรู้สึกว่าการแสดงของนักแสดงหญิงท่านนี้ละเอียดอ่อนมาก เป็นจุดเด่นของเรื่อง ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ เลย
ใครจะคิดว่าฉากที่ดูเหมือนพระเอกจะเสียเปรียบจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการต่อสู้ การที่ตัวละครฝ่ายร้ายประมาทและแสดงอาการเยาะเย้ยออกมานั้นยิ่งทำให้ตอนจบยิ่งมันส์ขึ้นไปใหญ่ การดำเนินเรื่องใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ นั้นรวดเร็วและไม่น่าเบื่อเลย ทุกวินาทีมีแต่ความตื่นเต้น การแต่งกายและฉากหลังก็สวยงามสมกับเป็นละครย้อนยุคคุณภาพดี ดูแล้วคุ้มค่าเวลาที่เสียไปจริงๆ
แม้จะเป็นซีรีส์สั้นแต่เรื่องการใช้เทคนิคพิเศษหรือซีจีไอนั้นทำออกมาได้ดีเกินคาด แสงสีทองและสีแดงที่พุ่งออกมาจากอาวุธนั้นดูมีพลังและน่าเกรงขามมาก การตัดต่อที่รวดเร็วสลับกับภาพช้าในจังหวะสำคัญช่วยเพิ่มความดราม่าให้กับการต่อสู้ได้อย่างดีเยี่ยม คนดูอย่างเราที่ติดใจเรื่อง ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ก็เพราะฉากแอ็คชั่นที่จัดเต็มแบบนี้แหละ ดูในเน็ตชอร์ตแล้วเพลินมาก