ฉากเปิดเรื่องใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ทำเอาคนดูสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อเห็นตัวละครบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลอาบปากแต่ยังพยายามยันตัวสู้ แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของโลกยุทธภพที่ไม่มีการปรานีใคร บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก การแสดงสีหน้าเจ็บปวดแต่แววตายังดื้อรั้นของนักแสดงทำให้เรารู้สึกอินไปกับสถานการณ์คับขันนี้มากจริงๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดึงดูดความสนใจได้ดีเยี่ยม
ท่ามกลางความวุ่นวายของการต่อสู้ ฉากที่พระเอกและนางเอกกอดกันแน่นใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ กลับทำให้ใจเราพองโต นางเอกยิ้มหวานจนตาหยีขณะที่พระเอกมองด้วยสายตาห่วงใย แม้ภายนอกจะมีศัตรูรายล้อมแต่ดูเหมือนโลกทั้งใบของพวกเขาเหลือแค่กันและกันเท่านั้น ฉากโรแมนติกท่ามกลางสนามรบแบบนี้ช่างตัดกับบรรยากาศรอบข้างได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้เรารู้สึกว่าความรักคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ต้องยกนิ้วให้ตัวละครผมขาวใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรสีดำทมิฬ แววตาเย้ยหยันและรอยยิ้มมุมปากที่แสดงออกถึงความมั่นใจเกินร้อย การออกแบบชุดสีดำตัดกับผมสีขาวและเล็บยาวสีทองทำให้ดูน่าเกรงขามเป็นพิเศษ ทุกการขยับตัวและการพูดจาเต็มไปด้วยอำนาจบารมีที่ทำให้เรารู้สึกขนลุกซู่ เป็นตัวร้ายที่สร้างเสน่ห์ได้แบบไม่ต้องพึ่งบทพูดเยอะเลย
ดูไปเรื่อยๆ ใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ แล้วต้องบอกว่าคนเขียนบทเก่งมาก ฉากที่คิดว่าพระเอกจะแพ้กลับพลิกกลับมาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ หรือฉากที่คิดว่าตัวละครนั้นตายกลับโผล่มาช่วยในนาทีสุดท้าย การดำเนินเรื่องรวดเร็วไม่ยืดเยื้อ ทำให้เราต้องจ้องจอไม่กระพริบตาเพราะกลัวพลาดรายละเอียดสำคัญ ทุกตอนจบแบบทิ้งปมให้ติดตามต่อทันที เป็นซีรีส์ที่ติดงอมแงมจริงๆ
ฉากต่อสู้ใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งท่าทางที่คล่องแคล่วและเอฟเฟกต์พลังสีม่วงที่พวยพุ่งออกมาจากตัวตัวละคร ทำให้การต่อสู้ดูมีมิติและน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เสียงดาบกระทบกันและเสียงคำรามของตัวละครเพิ่มอรรถรสให้ฉากต่อสู้ดูสมจริงยิ่งขึ้น การตัดต่อที่รวดเร็วแต่ไม่ทำให้สับสนทำให้เราติดตามการต่อสู้ได้จนจบฉากอย่างสนุกสนาน