ฉากงานแต่งในเรื่อง ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะมากกว่าความสุข เจ้าบ่าวที่ดูสับสนและเจ้าสาวที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้ผ้าคลุมสีแดง สร้างบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจอย่างยิ่ง การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครทุกตัวบอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งที่ยังไม่จบสิ้น ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่าหลังจากเปิดผ้าคลุมแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกันแน่
ฉากเผชิญหน้าในห้องโถงใหญ่ช่างเข้มข้นเสียเหลือเกิน สายตาของชายชุดม่วงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ตัดกับสีหน้ากังวลของหญิงสาวในชุดเขียวอ่อน เรื่องราวใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ดูจะซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ตอนแรก การวางตำแหน่งตัวละครและการใช้สายตาแทนคำพูดของผู้กำกับทำได้ดีมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบฟังเรื่องลับของตระกูลใหญ่อยู่จริงๆ
ต้องยอมรับว่างานโปรดักชั่นในเรื่องนี้ละเอียดมาก โดยเฉพาะชุดแต่งงานสีแดงฉานที่ตัดกับแสงเทียนสลัวๆ ฉากที่เจ้าบ่าวค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดผ้าคลุมเจ้าสาวนั้นช่างน่าตื่นเต้นจนต้องกลั้นหายใจ ความสวยงามของเครื่องประดับศีรษะเจ้าสาวที่ปรากฏออกมาหลังจากเปิดผ้าคลุม ช่างคุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ เป็นฉากที่สวยและดราม่าไปพร้อมกันใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย แค่ดูสีหน้าของตัวละครก็รู้เรื่องแล้ว โดยเฉพาะฉากที่ชายหนุ่มชุดเขียวตกใจจนตาโต เมื่อเห็นปฏิกิริยาของชายชุดม่วง การแสดงออกที่เกินจริงนิดๆ แต่กลับเข้ากันได้ดีกับสไตล์ละครสั้น ทำให้เราอินไปกับสถานการณ์ได้ง่ายมาก เรื่องราวใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ดำเนินเรื่องเร็วแต่ไม่รีบร้อน ให้เวลาคนดูได้ซึมซับอารมณ์แต่ละฉากอย่างเต็มที่
ฉากในห้องหอที่เต็มไปด้วยแสงสีแดงจากเทียนและผ้าคลุม ทำให้รู้สึกอึดอัดแทนตัวละคร เจ้าบ่าวที่นั่งนิ่งๆ รอเวลาเปิดผ้าคลุม ดูเหมือนกำลังรอรับชะตากรรมมากกว่ายินดีกับชีวิตคู่ ความเงียบก่อนพายุในฉากนี้ทำออกมาได้ดีมาก ทำให้คนดูอย่างเราต้องคอยจับจ้องที่มือของเจ้าบ่าวว่าจะทำอย่างไรต่อไป เป็นฉากที่สร้างความรู้สึกระทึกใจได้ยอดเยี่ยมใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์