ฉากเปิดเรื่องทำให้ใจเต้นแรงมาก องค์ชายในชุดสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศวังที่ดูเคร่งขรึม การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครหลักดูมีมิติมาก โดยเฉพาะตอนที่เขาเผชิญหน้ากับกลุ่มสตรีในวัง เรื่องราวใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ดูจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทุกวินาทีที่ดูผ่านแอป ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง
ฉากที่ตัวละครชายถือดาบเดินเข้ามาในห้องโถง สร้างความกดดันให้คนดูทันที สายตาของสตรีในชุดสีแดงดูเย็นชาแต่แฝงความกังวล ในขณะที่สาวน้อยชุดฟ้าดูสับสน การแลกเปลี่ยนคำพูดสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยนัยสำคัญ ทำให้รู้ว่าเรื่องใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด การถ่ายทำมุมใกล้ช่วยให้เห็นอารมณ์ตัวละครชัดเจนมาก
รายละเอียดเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้ประณีตมาก โดยเฉพาะเครื่องประดับผมของสตรีแต่ละคนที่บ่งบอกถึงฐานะและบทบาท สตรีในชุดสีแดงดูมีอำนาจที่สุดในกลุ่ม ในขณะที่สาวชุดเหลืองดูเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์ ฉากที่มอบลูกประคำสีเขียวให้กันดูมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าแค่ของขวัญ เรื่องราวใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ สะท้อนความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนผ่านสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้จะไม่มีเสียงแต่สีหน้าและท่าทางบอกทุกอย่าง สตรีในชุดฟ้าดูพยายามอธิบายบางอย่างแต่ถูกขัดจังหวะโดยสาวชุดเหลืองที่ดูหัวร้อนเล็กน้อย องค์ชายผู้ถือดาบยืนนิ่งแต่สายตาไม่ยอมแพ้ ฉากนี้ใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ทำให้คนดูต้องเดาว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูก การตัดสลับระหว่างตัวละครทำให้ติดตามเรื่องราวได้ไม่เบื่อเลย
ฉากหลังของเรื่องนี้ออกแบบได้สวยงามมาก ทั้งลายพื้นห้องโถงและประตูไม้แกะสลักที่ดูขลัง แต่ภายใต้ความสวยงามนั้นกลับซ่อนความอันตรายไว้ทุกมุม โดยเฉพาะตอนที่องค์ชายเดินผ่านประตูใหญ่ ดูเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่กับดัก เรื่องราวใน ตกเหวแล้วคืนบัลลังก์ ใช้สถานที่บอกเล่าอารมณ์ของตัวละครได้อย่างชาญฉลาดจริงๆ