แค่ฉากเปิดเรื่องในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ก็เห็นภาพความโหดร้ายชัดเจนมาก ปีศาจนั่งอยู่บนกองกระดูกพร้อมสายตาที่ดูเย้ยหยันมนุษย์ สร้างบรรยากาศที่มืดมนและน่ากลัวสุดๆ การตัดภาพมาที่แม่ทัพหนุ่มขี่ม้านำทัพเข้ามาดูสง่างามและทรงพลังมาก ความแตกต่างระหว่างความชั่วร้ายและความดีถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มเรื่องเลย
ฉากต่อสู้กลางเวหาในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง คือจุดพีคที่แท้จริง! การที่สามปรมาจารย์ลอยขึ้นไปต่อสู้กับกองทัพปีศาจพร้อมปล่อยพลังแสงสีต่างๆ ออกมา มันช่างสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจมาก เอฟเฟกต์สายฟ้าและพลังเวทมนตร์ทำออกมาได้สมจริงสุดๆ ดูแล้วรู้สึกขนลุกไปกับพลังอำนาจที่ปะทะกันอย่างรุนแรง เป็นฉากที่ควรค่าแก่การดูซ้ำหลายรอบจริงๆ
ฉากที่แม่ทัพหนุ่มคลี่ม้วนกระดาษโบราณในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง แล้วเกิดแสงสว่างจ้าพร้อมสัญลักษณ์เวทมนตร์ เป็นช่วงที่สร้างความประหลาดใจได้มากทีเดียว ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมแผนการบางอย่างไว้ล่วงหน้า การที่เขายิ้มมุมปากก่อนจะปล่อยพลังไฟออกมา แสดงถึงความมั่นใจที่มีอย่างเปี่ยมล้น ฉากนี้ทำให้รู้ว่าเขาไม่ใช่แค่แม่ทัพธรรมดาแต่มีวิชาอาคมที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่
การแสดงสีหน้าของตัวร้ายในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง นั้นน่าทึ่งมาก จากตอนแรกที่ยิ้มเยาะเย้ยถากถาง พอเห็นพลังของฝ่ายธรรมะกลับเปลี่ยนเป็นความตกใจและหวาดกลัวทันที โดยเฉพาะฉากที่ถูกสายฟ้าฟาดจนร้องโหยหวน มันแสดงให้เห็นว่าความชั่วร้ายไม่มีวันชนะความดีได้จริง การแสดงออกทางสีหน้าที่ละเอียดอ่อนทำให้ตัวละครดูมีมิติและน่าเชื่อถือมากขึ้น
การร่วมมือกันของสามปรมาจารย์ในนักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง เป็นภาพที่สร้างความประทับใจอย่างมาก ทั้งสามคนที่มีชุดสีต่างกันคือเขียว ม่วง และแดง ต่างปล่อยพลังออกมาประสานกันอย่างลงตัว ฉากที่พวกเขาพนมมือแล้วเกิดแสงสว่างพุ่งขึ้นฟ้า แสดงถึงพลังแห่งความสามัคคีที่แข็งแกร่งมาก เป็นตัวอย่างที่ดีที่บอกว่าการทำงานร่วมกันจะนำมาซึ่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เสมอ