ฉากที่นางเอกวิ่งตามชายคนรักไปจนถึงประตูวังแล้วถูกปิดกั้น ช่างสะเทือนใจจนน้ำตาไหลตามเธอจริงๆ การแสดงสีหน้าตอนรู้ว่าถูกขังไว้ใน นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง นั้นเจ็บปวดมาก มือที่เปื้อนเลือดขูดประตูสื่อถึงความหมดหวังได้ชัดเจน คนดูอย่างเราจุกอกแทนเธอเลย
ตอนที่ทหารยามยืนยิ้มเยาะขณะที่เธอกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ช่างน่าเกลียดและน่ากลัวมาก ความเย็นชาของชายในชุดเกราะดำที่สั่งปิดประตูโดยไม่หันกลับมามอง สะท้อนอำนาจที่ไร้ความปรานีใน นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ได้ดีมาก ดูแล้วอยากเข้าไป ตบ หน้าพวกมันจริงๆ
แม้เรื่องราวจะเศร้าแต่ต้องยอมรับว่าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของนางเอกสวยมาก ทุกรายละเอียดล้วนแสดงความประณีต แต่ความสวยงามนั้นกลับตัดกับความทุกข์ทรมานของเธอใน นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง อย่างน่าใจหาย ยิ่งสวยยิ่งทำให้ฉากน้ำตาของเธอเจ็บปวดกว่าเดิม
ชอบฉากที่เธอเคาะประตูแล้วร้องเรียกชื่อเขา แต่ด้านในกลับมีแต่ความเงียบงันหรือเสียงหัวเราะเยาะ ความขัดแย้ง ระหว่างความหวังของเธอกับความจริงที่โหดร้ายใน นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ทำออกมาได้เก่งมาก เสียงร้องของเธอเหมือนมีดกรีดใจคนดู
ภาพกระดาษสีเหลืองที่มีตัวอักษรแปะปิดประตูช่างเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังมาก มันไม่ใช่แค่การปิดประตูแต่คือการปิดตายชะตาชีวิตของเธอใน นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ฉากนี้บอกเล่าเรื่องราวการถูกทอดทิ้งได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะเลย