ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสลายเมื่อสาวใช้ร้องไห้แทบขาดใจ แต่พอเห็นสีหน้าของนางเอกที่เปลี่ยนจากเศร้าเป็นยิ้มเย้ย มันช่างน่าขนลุกจริงๆ การแสดงของนักแสดงนำในเรื่อง นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง นั้นละเอียดอ่อนมาก แค่ขยับมุมปากก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองความลับในวังหลวงผ่านแอปเน็ตชอร์ต ที่คัดมาแต่เรื่องเด็ดๆ แบบนี้แหละถึงจะเรียกว่าดราม่าขั้นเทพ
ใครจะคิดว่าฉากดื่มยาพิษจะดูหรูหราและน่าเกรงขามขนาดนี้ นางเอกในชุดสีแดงฉานนั่งดื่มอย่างสง่างาม ท่ามกลางความตกใจของสาวใช้ ฉากนี้ในเรื่อง นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง บอกเลยว่าพีคมาก แสงเงาและการจัดองค์ประกอบภาพสวยจนอยากแคปหน้าจอเก็บไว้ทุกเฟรม การที่ได้ดูฉากแบบนี้ในเน็ตชอร์ต ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ดูแค่ละคร แต่กำลังชมงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง
ชอบฉากที่นางเอกยืนมองตัวเองในกระจกมาก มันเหมือนเธอกำลังพูดคุยกับตัวตนข้างในที่เต็มไปด้วยบาดแผล ชุดสีแดงที่ปักลายหงส์อย่างวิจิตรตัดกับความเศร้าในดวงตาได้อย่างน่าทึ่ง ในเรื่อง นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ฉากนี้สื่อถึงความโดดเดี่ยวของอำนาจได้ชัดเจนมาก ดูแล้วจุกอกจนต้องหยุดพักหายใจ การรับชมผ่านเน็ตชอร์ต ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้ลึกซึ้งกว่าดูในจอใหญ่เสียอีก
การตัดต่อจากฉากดราม่าหนักๆ ไปสู่ฉากพลุไฟและงานเฉลิมฉลองนั้นทำได้ดีมาก มันเหมือนชีวิตที่พลิกผันจากนรกสู่สวรรค์ในเรื่อง นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง ฉากที่ผู้คนโห่ร้องดีใจใต้แสงพลุสีสดใสตัดกับฉากก่อนหน้านี้ที่เต็มไปด้วยความมืดมนได้อย่างลงตัว ดูแล้วรู้สึกโล่งใจเหมือนตัวละครได้หลุดพ้นจากกรงขังในที่สุดได้มีความสุขสักที เน็ตชอร์ต จัดลำดับอารมณ์คนดูได้เก่งจริงๆ
ฉากจบที่นางเอกร้องไห้พร้อมหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งนั้นน่ากลัวแต่ก็สะใจมาก มันคือการปลดปล่อยทุกความอัดอั้นตันใจในเรื่อง นักโทษเนรเทศ สู่เทพตัดสินนาง การแสดงช่วงนี้ของนางเอกสุดยอดมาก น้ำตาที่ไหลปนกับรอยยิ้มทำให้คนดูรู้สึกจุกในอก ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเศร้าตามกันแน่ ดูในเน็ตชอร์ต แล้วต้องกดหยุดพักเป็นระยะเพราะอารมณ์มันหนักเกินไปสำหรับฉากเดียว