แค่ฉากเดียวในรักเก่าหวนคืนในวังลวง ก็เห็นโครงสร้างอำนาจชัดเจน นางเอกถูกจับกดลงพื้นโดยคนรับใช้สีเขียว ในขณะที่อีกฝ่ายยืนมองด้วยท่าทีเย็นชา แสงเทียนและฉากหลังสีแดงเข้มช่วยเสริมอารมณ์ตึงเครียด การที่นางเอกพยายามเงยหน้าขึ้นแต่ถูกกดลงอีกคือสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่ไม่มีวันชนะในวังนี้
สังเกตไหมว่าในรักเก่าหวนคืนในวังลวง เครื่องประดับศีรษะของนางเอกอลังการกว่าแต่กลับต้องคุกเข่า ส่วนอีกฝ่ายเครื่องประดับเรียบง่ายแต่ยืนเด่นเป็นสง่า นี่คือการเล่นกับสัญลักษณ์อย่างชาญฉลาด ความงามที่ไร้พลังกับความธรรมดาที่มีอำนาจ ทำให้คนดูตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้วใครคือผู้ชนะในวังแห่งนี้
ฉากนี้ในรักเก่าหวนคืนในวังลวง ไม่ต้องมีฉากต่อสู้ก็รู้สึกได้ถึงความรุนแรง สายตาเยาะเย้ยของหญิงชุดแดงเรียบกับสายตาเจ็บปวดของนางเอกที่ถูกกดหัวลงพื้น สื่อสารอารมณ์ได้ชัดเจนกว่าคำพูดใดๆ การที่คนดูรู้สึกอยากกระโดดเข้าไปช่วยนางเอกคือความสำเร็จของการแสดงและกำกับฉากนี้
ในรักเก่าหวนคืนในวังลวง สีแดงไม่ได้หมายถึงความโชคดีเท่านั้น แต่หมายถึงเลือดและอำนาจ หญิงชุดแดงเรียบยืนเด่นบนพื้นสีแดงเข้ม ขณะที่นางเอกชุดแดงปักลายกลับนอนกองกับพื้น เหมือนเลือดที่ไหลริน ฉากนี้ใช้สีได้ทรงพลังมากจนคนดูรู้สึกเหมือนได้กลิ่นคาวเลือดในวัง
ในรักเก่าหวนคืนในวังลวง คนรับใช้ชุดเขียวที่ทำหน้าที่กดหัวนางเอกคือสัญลักษณ์ของระบบที่กดขี่ พวกเขาไม่ได้มีทางเลือก แต่ต้องทำตามคำสั่ง การที่พวกเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทำให้เห็นว่าการกดขี่ในวังนี้เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนยอมรับ นี่คือความโหดร้ายที่แท้จริงของระบบวัง