การเปิดตัวด้วยโฮโลแกรมและข้อมูลภารกิจทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเกมไซเบอร์พังค์จริงๆ บรรยากาศเมืองอนาคตที่ดูสกปรกแต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีช่างขัดแย้งกันอย่างน่าสนใจ ตัวเอกหญิงดูเท่มากในชุดสีดำที่พร้อมรบ การเดินเข้าไปในซอยแคบๆ เพื่อตามหาเป้าหมายในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา สร้างความตื่นเต้นตั้งแต่ต้นเรื่องเลย
ฉากต่อสู้ในซอยแคบทำออกมาได้มันส์มาก โดยเฉพาะตอนที่นางเอกใช้ท่าทางคล่องแคล่วจัดการกับพวกชุดดำ การออกแบบท่าต่อสู้ผสมผสานระหว่างศิลปะการต่อสู้กับอาวุธพลังงานสีฟ้าดูทันสมัยมาก พระเอกผมม่วงที่ดูเหมือนจะอ่อนแอในตอนแรก กลับมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนสถานการณ์ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ทำให้คนดูต้องลุ้นจนตัวโก่ง
ความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกนักสู้กับพระเอกผมม่วงที่ดูบาดเจ็บในตอนแรกน่าสนใจมาก แม้จะไม่ได้พูดกันมากแต่สายตาและการกระทำบอกเล่าเรื่องราวได้ดี การที่เธอตัดสินใจช่วยเขาทั้งที่รู้ว่าอันตรายแสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ภายใต้ชุดเกราะเย็นชา ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้เรื่องมีมิติมากกว่าแค่ฉากแอ็คชั่น
ต้องยกนิ้วให้ทีมออกแบบอาวุธในเรื่องนี้ ทั้งมีดพลังงานและกระบองไฟฟ้าที่พวกตัวร้ายใช้ ดูมีน้ำหนักและอันตรายจริงๆ ฉากที่นางเอกหยิบอาวุธขึ้นมาสู้แล้วเกิดประกายไฟตอนปะทะกันทำออกมาได้สมจริงมาก การต่อสู้ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ไม่ได้พึ่งแค่กราฟิกคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่มีการออกแบบการเคลื่อนไหวที่ทำให้รู้สึกถึงแรงกระแทก
ฉากหลังที่เป็นซอยแคบๆ เต็มไปด้วยขยะและกราฟฟิตี้ ตัดกับตึกสูงเสียดฟ้าในฉากเปิดเรื่อง สร้างโลกที่ดูมีชั้นเชิงทางสังคมชัดเจน แสงแดดที่ส่องลงมาในซอยทำให้เห็นความสกปรกและความหวังปนกัน การถ่ายทำในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ใช้แสงและเงาได้ดีมาก ทำให้ตัวละครดูโดดเด่นออกมาจากฉากหลังที่วุ่นวาย