ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นเมื่อเห็นเอลฟ์ผมทองนอนหมดสติอยู่บนเตียงแพทย์ ท่ามกลางบรรยากาศสุดล้ำยุค แต่พอตัดภาพมาที่วิหารโบราณกลับกลายเป็นฉากแฟนตาซีที่อลังการมาก การพบกันระหว่างเขากับสาวผมดำในชุดดำทะมึนช่างดูขัดแย้งแต่ลงตัวสุดๆ เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่เต็มไปด้วยปริศนาและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
ชอบมากตรงที่ตัวละครแต่ละคนมีสไตล์การแต่งตัวที่ไม่ซ้ำกัน ตั้งแต่ชุดคลุมสีแดงเลือดนกไปจนถึงแว่นตาไซเบอร์พังค์ที่ดูโหดมาก ฉากที่พวกเขาเดินออกมาจากหลอดแก้วในวิหารช่างดูขลังและทรงพลัง เหมือนเป็นการรวมพลของฮีโร่ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง
ฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้ทำออกมาได้มันส์มาก โดยเฉพาะตอนที่ตัวละครใช้พลังพิเศษต่อสู้กัน แสงสีฟ้าและเขียวที่พุ่งออกมาจากมือดูสมจริงและทรงพลังมาก การที่วิหารถล่มลงมาท่ามกลางการต่อสู้ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นให้กับเรื่องราวในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ทำให้คนดูต้องนั่งติดจอไม่กระพริบตา
ชอบตรงที่เรื่องไม่ได้เร่งรีบให้ความสัมพันธ์ของตัวละครพัฒนาเร็วเกินไป ฉากที่สาวผมดำค่อยๆ เข้าไปดูแลเอลฟ์ที่บาดเจ็บในซากปรักหักพังดูอบอุ่นและน่าประทับใจมาก การที่เธอค่อยๆ ยื่นมือออกไปและเขาตอบรับด้วยการจับมือ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา
ฉากที่มีหน้าจอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นมาพร้อมข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับระดับความชอบและทักษะพิเศษ ทำให้เรื่องนี้มีมิติเหมือนเกมเล่นตามบทบาทจริงๆ การที่ตัวละครได้รับทักษะใหม่หลังจากช่วยเอลฟ์สำเร็จ เป็นลูกเล่นที่ทำให้เรื่องราวในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา น่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ