ฉากเปิดเรื่องด้วยห้องควบคุมสุดล้ำที่เต็มไปด้วยโฮโลแกรมสีฟ้า ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกไซเบอร์พังค์จริงๆ ก่อนจะตัดมาที่ประตูโบราณที่มีอักขระเรืองแสง ช่างเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับเวทมนตร์ได้อย่างลงตัว การที่ตัวละครต้องไขปริศนาเพื่อเปิดประตูช่างน่าตื่นเต้นมาก เหมือนกำลังดู ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่คนดูต้องลุ้นไปกับทุกการเคลื่อนไหวของตัวละคร
เคมีระหว่างชายผมส้มกับสาวผมดำในชุดต่อสู้ช่างเข้ากันได้ดีมาก แววตาที่มองกันตอนจะเปิดประตูสื่อถึงความไว้ใจอย่างลึกซึ้ง ฉากที่เขายื่นกุญแจให้เธอแล้วเธอก็ดูมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ มันทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครทันที เป็นพล็อตเรื่องแบบ ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่เน้นความสัมพันธ์ของตัวละครเป็นหลัก ทำให้การต่อสู้ดูมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น
พอประตูเปิดออกมาก็เจอโถงทางเดินที่มีแสงสีแดงส่องไปทั่ว พร้อมรูปปั้นเรียงรายสองข้างทาง บรรยากาศมันช่างน่าขนลุกและกดดันสุดๆ เหมือนกำลังเดินเข้าไปในปากเสือ ฉากนี้ทำออกมาได้สมจริงมากจนคนดูแทบจะกลั้นหายใจตามตัวละครไปเลย เป็นฉากที่สร้างอารมณ์ร่วมได้ดีที่สุดในเรื่อง ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายที่แท้จริง
การปรากฏตัวของทีมสี่คนที่มีสไตล์การแต่งตัวแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่กลับยืนหยัดต่อสู้ด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชายผมเงินกับหางจิ้งจอก ชายผมม่วงในเสื้อโค้ทแดง และชายไซบอร์กกับแว่นตาไฮเทค แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้เราจำได้ทันที เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุดใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่ทำให้เราอยากเอาใจช่วยพวกเขาในทุกฉากการต่อสู้
ฉากต่อสู้กับหุ่นยนต์จำนวนมากทำออกมาได้มันส์สุดๆ โดยเฉพาะฉากที่ชายผมเงินใช้พลังเวทมนตร์สร้างมีดแหลมคมพุ่งใส่ศัตรู พร้อมกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วว่องไว ฉากระเบิดและประกายไฟที่กระจายไปทั่วทำให้การต่อสู้ดูสมจริงและน่าตื่นเต้นมาก เป็นฉากแอ็คชั่นที่โดดเด่นที่สุดใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ที่ทำให้คนดูต้องนั่งติดขอบจอ