การเปิดตัวของกลุ่มตัวละครที่วิ่งหนีตายในป่าสีน้ำเงินเข้ม สร้างบรรยากาศกดดันได้ยอดเยี่ยมมาก แสงไฟสีฟ้าที่กระพริบราวกับวิญญาณตามหลอกหลอน ทำให้คนดูอย่างเราต้องเกร็งตัวตามไปด้วย ความเร่งรีบของ ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ในนาทีแรกบอกเลยว่าไม่มีการปูพื้นเยอะ แต่กระแทกคนดูด้วยภาพความโกลาหลทันที เป็นงานภาพที่สวยและดุดันมาก
จุดที่ดึงดูดความสนใจที่สุดคือรอยแผลที่คอของหญิงสาวชุดดำ มันดูเหมือนรอยกัดของแวมไพร์หรือสัตว์ประหลาด แต่ปฏิกิริยาของเธอกลับนิ่งผิดปกติ การที่เธอถูกกลุ่มชายหนุ่มล้อมรอบแล้วดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้เนื้อเรื่องใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา น่าติดตามขึ้นทันทีว่าเธอคือเหยื่อหรือผู้ล่ากันแน่
ต้องยอมรับว่าคาแรคเตอร์ชายผมเงินที่ใส่สูทปักทองนั้นหล่อและดูมีอำนาจมาก แม้จะมีเลือดไหลจากปากแต่ก็ยังยิ้มได้อย่างท้าทาย สายตาที่มองมาที่กล้องทำเอาคนดูใจสั่น การออกแบบตัวละครใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ทำได้ดีมากในเรื่องความสวยงามและเสน่ห์ที่อันตราย ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ตัวร้ายธรรมดา
การเปลี่ยนฉากจากป่ามืดมิดไปสู่วิหารสีขาวที่มีประตูแสงทองเป็นอะไรที่อลังการมาก หญิงสาวในชุดขาวที่เดินออกมาดูบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ราวกับเทพธิดา แต่ความสงบนั้นกลับน่ากลัวเพราะมันดูไม่จริง การปรากฏตัวของเธอใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา เหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด
ใครจะคิดว่าฉากที่หญิงชุดขาวยื่นมือมาอย่างเมตตา จะจบลงด้วยการถูกหญิงชุดดำแทงด้วยดาบสั้น! ฉากนี้ช็อกคนดูมาก แสงสีดำที่พุ่งออกมาจากร่างหญิงชุดขาวบ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา การหักมุมใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความไว้ใจคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในโลกนี้