ฉากเปิดเรื่องทำเอาอึ้งไปเลย กับภาพเอลฟ์ผมทองที่ดูสง่างามแต่แฝงความน่ากลัว นั่งคุยกับสาวชุดดำที่ดูเท่สุดๆ บรรยากาศในสวนสวยๆ กลับกลายเป็นสมรภูมิเมื่อเอลฟ์เริ่มแสดงอำนาจมืดออกมา การต่อสู้ทางจิตวิญญาณระหว่างสองตัวละครนี้ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ทำให้คนดูต้องลุ้นจนตัวโก่งว่าใครจะเป็นผู้ชนะกันแน่
ชอบตรงที่มีการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีโฮโลแกรมกับโลกเวทมนตร์ ฉากที่ระบบแจ้งเตือนว่ากำลังจะถูกดูดพลังชีวิตทำให้เห็นถึงความอันตรายของสถานการณ์ ตัวละครชายสี่คนที่ถูกขังอยู่ในลำแสงสีต่างๆ ดูทรมานมาก อยากให้พระเอกช่วยพวกเขาเร็วๆ การดำเนินเรื่องในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา เร็วและตื่นเต้นไม่หยุดนิ่งเลย
จากฉากที่ดูสงบสุขในสวนดอกไม้ กลายเป็นความโกลาหลเมื่อท้องฟ้ามืดครึ้มและเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เอลฟ์ผมทองที่เดิมทีดูใจดี กลับเผยด้านมืดออกมาอย่างน่ากลัว ส่วนสาวชุดดำก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ ฉากที่เธอชี้หน้าและท้าทายเอลฟ์ทำเอาขนลุกซู่ ความตึงเครียดในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา สูงมากจนแทบจะทะลุจอออกมา
ไม่คิดว่าจะมีฉากที่เอลฟ์จับคางสาวชุดดำแบบใกล้ชิดขนาดนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่อันตรายสุดๆ สายตาที่ทั้งคู่มองกันมันบอกอะไรได้มากมาย ทั้งความโกรธ ความท้าทาย และอาจจะมีความรู้สึกอื่นๆ ซ่อนอยู่ ฉากนี้ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่สู้กันอย่างเดียว
ฉากที่เอลฟ์พยายามควบคุมพลังมืดแต่กลับถูกพลังนั้นกลืนกิน ทำออกมาได้น่ากลัวและสมจริงมาก เงาสีดำที่พุ่งออกมาจากตัวเขาเหมือนมีชีวิตของตัวเอง การที่สภาพแวดล้อมรอบข้างเปลี่ยนจากสวนสวยกลายเป็นที่รกร้างเต็มไปด้วยเถาวัลย์สีดำ สะท้อนถึงจิตใจที่มืดมนของตัวละครได้เป็นอย่างดี ในล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ