ฉากที่นางเอกพยายามจะพูดความจริงแต่โดนระบบเตือนสีแดงเด้งขึ้นมาช่างน่ากลัวมาก เหมือนเธอถูกควบคุมชะตาชีวิตไว้ทั้งหมด การที่พระเอกเปลี่ยนร่างเป็นแวมไพร์ผมยาวแล้วบีบคอเธอตอนจบทำให้คนดูใจสั่นสุดๆ เรื่อง ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา นี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก บรรยากาศในห้องโถงที่ดูขลังผสมกับความทันสมัยของโฮโลแกรมทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีที่อันตราย
ชอบฉากที่พระเอกผมเงินกอดนางเอกที่เพิ่งกลับมาจากการต่อสู้ เลือดเต็มตัวแต่เขากลับไม่รังเกียจ แล้วยังมีฉากที่เข่าลงมาให้เธอปลดปลอกคอให้ มันสื่อถึงความรักที่ลึกซึ้งมาก แต่พอฉากงานเลี้ยงเปลี่ยนเป็นความโหดร้ายทันที พระเอกที่ผมยาวขึ้นดูน่าเกรงขามมาก การดำเนินเรื่องใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา เร็วและเข้มข้นจนไม่กล้ากระพริบตา
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องรักหวานซึ้งระหว่างนักล่ากับเป้าหมาย แต่พอมีตัวละครชายชุดขาวเข้ามาส่งชุดและกุญแจมือ ก็เริ่มรู้สึกว่ามีปมซ่อนอยู่ ยิ่งฉากที่นางเอกใส่ชุดราตรีสีดำแล้วเดินเข้าไปในงานเลี้ยง ยิ่งดูสวยสง่าแต่แฝงความตาย พระเอกที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะบีบคอเธอทำให้รู้ว่าเรื่อง ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา นี้ไม่มีอะไรปลอดภัยเลยสักนิด
การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนโดนระบบเตือนว่าพยายามเปิดเผยความลับแล้วจะถูกไฟฟ้าช็อต มันดูเจ็บปวดและสิ้นหวังมาก สายตาที่เธอมองพระเอกตอนเขาเปลี่ยนร่างเป็นแวมไพร์เต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว ฉากนี้ใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา ทำออกมาได้สมจริงมากจนคนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะผูกพันแต่ก็เต็มไปด้วยการหักหลัง
ชุดดำระยิบระยับของนางเอกในงานเลี้ยงช่างสวยงามตัดกับความโหดร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น พระเอกในชุดกำมะหยี่สีดำปักทองดูหรูหราแต่ก็น่ากลัวมาก ฉากที่เขาจับคอเธอแล้วจ้องตาด้วยแววตาแดงก่ำทำให้รู้ว่าเขากำลังจะลงมืออะไรบางอย่าง เนื้อเรื่องใน ล่าผู้ร้ายพลิกชะตา เล่นกับความขัดแย้งระหว่างความสวยกับความตายได้ดีมาก ทำให้คนดูติดหนึบ