พล็อตเรื่องเกี่ยวกับการลักพาตัวและการทดลองมนุษย์ดูจะเข้มข้นมากใน รักเธอเหมือนยาเสพติด ฉากต่อสู้ระหว่างหมอวิปริตกับพระเอกที่ทำท่าทางเหมือนนักฆ่าหรือสายลับนั้นถ่ายทำได้น่าตื่นเต้นมาก การที่พระเอกพุ่งเข้ามาปกป้องนางเอกแล้วกอดเธอไว้แน่นหลังจากที่เธอได้รับบาดเจ็บที่มือ แสดงให้เห็นถึงความรักที่ลึกซึ้งและความเป็นห่วงเป็นใยที่แท้จริง ดูแล้วรู้สึกจุกอกมาก
ชอบรายละเอียดในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะฉากที่นางเอกมองดูเลือดในมือตัวเองแล้วร้องไห้ มันสื่อถึงความเจ็บปวดทั้งกายและใจได้ดีมาก แสงสีที่เปลี่ยนไปมาในห้องช่วยขับเน้นอารมณ์ความหวาดกลัวและความโศกเศร้าได้เป็นอย่างดี ฉากจบที่พระเอกกอดนางเอกไว้แน่นท่ามกลางแสงสีม่วงอมแดงนั้นสวยงามและเศร้าในเวลาเดียวกัน เป็นตอนที่ดูแล้วน้ำตาซึมจริงๆ ใน รักเธอเหมือนยาเสพติด
ตัวละครหมอในเรื่องนี้สร้างขึ้นมาได้น่ากลัวมาก ทั้งแววตาและรอยยิ้มที่ดูวิปริตขณะถือเข็มฉีดยา แต่พอพระเอกเข้ามาจัดการก็ทำให้รู้ว่าคนร้ายย่อมพ่ายแพ้ต่อความดี ฉากที่หมอถูกผลักล้มแล้วพยายามจะลุกขึ้นมาทำร้ายอีกนั้นเพิ่มความระทึกใจได้มาก การแสดงของนักแสดงทุกคนในเรื่อง รักเธอเหมือนยาเสพติด นั้นสมจริงมาก ทำให้เราอินไปกับสถานการณ์คับขันนั้นได้อย่างเต็มที่
ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดคือช่วงก่อนที่พระเอกจะมาถึง แต่พอเขาปรากฏตัวขึ้นมาก็เหมือนแสงสว่างกลางความมืด การที่เขารีบเข้ามาแก้เชือกและกอดนางเอกไว้เพื่อปลอบโยนนั้นเป็นฉากที่ซึ้งกินใจมาก แม้ว่าจะมีเลือดและความเจ็บปวด แต่ความรักที่พวกเขามีให้กันนั้นยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง เรื่องราวใน รักเธอเหมือนยาเสพติด เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักจะพาเราผ่านพ้นไปได้เสมอ
บรรยากาศในห้องทดลองที่เต็มไปด้วยแสงสีม่วงและฟ้าทำให้รู้สึกอึดอัดตั้งแต่แรกเห็น ฉากที่หมอในชุดขาวเตรียมเข็มฉีดยาแล้วเข้าใกล้หญิงสาวที่ถูกมัดไว้บนเตียงสร้างความตึงเครียดได้มากจริงๆ การแสดงสีหน้าหวาดกลัวของเธอทำให้คนดูเอาใจช่วยแทบขาดใจ โดยเฉพาะช่วงที่พระเอกชุดดำบุกเข้ามาช่วยทันเวลา มันคือจุดพีคของเรื่อง รักเธอเหมือนยาเสพติด ที่ทำให้เราลุ้นจนตัวโก่ง