ชอบการตัดต่อที่พาเราจากสวนสวยๆ ที่มีต้นไม้สีแดงสดใส ไปสู่ห้องทึบๆ ที่ดูอันตรายทันที หญิงสาวที่ดูอ่อนโยนในเสื้อโค้ทสีครีม กลับต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ตึงเครียดมาก สายตาของเธอตอนตื่นขึ้นมาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่ชายชุดดำที่ยืนอยู่ดูมีอำนาจและน่าเกรงขาม บรรยากาศแบบนี้หาชมได้ยากใน รักเธอเหมือนยาเสพติด ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนติดอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างสมุดบันทึกเล่มเก่าที่ชายหนุ่มหยิบยื่นให้ ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง หญิงสาวอ่านแล้วถึงกับเป็นลม แสดงว่าข้างในต้องมีข้อความที่กระทบจิตใจเธออย่างรุนแรงมาก ฉากที่เธอหลับไปและตื่นมาในสถานที่แปลกปลอมยิ่งทำให้สงสัยว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ ความดราม่าและความลึกลับผสมผสานกันได้อย่างลงตัวใน รักเธอเหมือนยาเสพติด ทำให้เราอยากขุดคุ้ยความจริงไปด้วยกัน
การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะสีหน้าของหญิงสาวที่เปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความตกใจและความหวาดกลัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนชายหนุ่มในฉากหลังก็ดูมีเล่ห์เหลี่ยมและน่าค้นหา การจ้องมองกันในห้องร้างนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น คนดูอย่างเราแทบจะกลั้นหายใจตามไปด้วยเลย ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้คือเสน่ห์ของ รักเธอเหมือนยาเสพติด ที่ทำให้เราต้องคอยลุ้นว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร
ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเรื่องรักซึ้งๆ ในสวนสาธารณะ แต่ที่ไหนได้กลายเป็นเรื่องระทึกใจทันทีที่ฉากเปลี่ยน หญิงสาวถูกมัดมือและตื่นขึ้นมาในห้องที่ดูถูกทิ้งร้าง แสงไฟสลัวๆ กับเศษซากปรักหักพังยิ่งเพิ่มบรรยากาศความน่ากลัว ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ดูไม่ใช่ผู้ช่วยแต่อาจเป็นผู้บงการเสียเอง ความหักมุมแบบนี้ทำให้ รักเธอเหมือนยาเสพติด น่าสนใจมาก อยากรู้ว่าเธอจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไรและใครคือคนร้ายตัวจริง
ฉากเปิดเรื่องดูอบอุ่นแต่แฝงความเศร้า เมื่อชายหนุ่มส่งรูปครอบครัวให้หญิงสาวดู สีหน้าเธอเปลี่ยนไปทันทีเหมือนมีเรื่องปิดบังซ่อนอยู่ จุดพีคคือตอนที่เธอเปิดสมุดบันทึกแล้ววูบหลับไป ตื่นมาอีกทีกลับอยู่ในห้องร้างที่ดูน่ากลัวมาก การเปลี่ยนฉากแบบหักมุมทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ เหมือนได้ดู รักเธอเหมือนยาเสพติด ที่เต็มไปด้วยปริศนาและความลับที่ค่อยๆ ถูกเปิดเผยทีละนิด ชวนให้ติดตามต่อไม่ไหวจริงๆ