ฉากนี้ในดินสอแห่งความแค้น ทำเอาคนดูใจสั่นตามไปด้วย สีหน้าของพระเอกที่เปลี่ยนจากนิ่งสงบเป็นโกรธจัดจนตาแดงก่ำ แสดงให้เห็นถึงปมในใจที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ส่วนนางเอกเองก็เล่นบทได้สมจริงมาก ร้องไห้จนคนดูอยากเข้าไปปลอบเลย บรรยากาศในห้องทำงานที่ดูหรูหราแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ยิ่งทำให้ฉากดราม่านี้ดูมีมิติและน่าติดตามสุดๆ
ใครจะไปคิดว่าฉากเปิดลิ้นชักธรรมดาจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญขนาดนี้ ในดินสอแห่งความแค้น การที่นางเอกหยิบปืนออกมาทำให้เรารู้ทันทีว่าเรื่องมันไม่ธรรมดาแล้ว พระเอกที่พยายามควบคุมอารมณ์แต่สุดท้ายก็ระเบิดออกมาจนได้ ฉากที่เขาก้าวข้ามโต๊ะไปหาเธอคือจุดพีคที่คนดูต้องกลั้นหายใจตาม การแสดงของทั้งคู่ส่งอารมณ์ได้ดีมากจนลืมไปเลยว่านี่คือซีรีส์สั้น
ไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ แค่สายตาก็เล่าเรื่องได้หมดแล้ว ในดินสอแห่งความแค้น ฉากที่พระเอกจ้องมองนางเอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ มันสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก ส่วนนางเอกเองก็แสดงออกถึงความกลัวและความเสียใจได้อย่างน่าเชื่อถือ การที่เธอพยายามจะอธิบายแต่พระเอกไม่ฟัง ยิ่งทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ฉากนี้คือตัวอย่างที่ดีของการแสดงที่เน้นอารมณ์มากกว่าบทพูด
ดูแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมพระเอกถึงระเบิดอารมณ์ออกมาขนาดนี้ ในดินสอแห่งความแค้น เขาพยายามอดทนและควบคุมตัวเองมาตลอด แต่พอเห็นปืนในมือเธอ มันเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดลง ฉากที่เขากระโดดข้ามโต๊ะไปหาเธอคือโมเมนต์ที่คนดูต้องตะลึง การแสดงของพระเอกในฉากนี้สุดยอดมาก แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดและความโกรธที่สะสมมานาน ส่วนนางเอกก็เล่นบทเหยื่อได้อย่างน่าสงสารจริงๆ
ฉากในห้องทำงานนี้สร้างบรรยากาศได้กดดันมาก ในดินสอแห่งความแค้น ทุกอย่างดูเงียบสงบแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ การที่พระเอกยืนมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางเอก คือการสร้างความระทึกใจได้ดีมาก ส่วนฉากที่นางเอกเปิดลิ้นชักแล้วหยิบปืนออกมา ก็ทำให้คนดูรู้สึกตกใจและลุ้นตามไปด้วยว่าเรื่องจะจบลงยังไง