ฉากเปิดเรื่องด้วยชายชุดดำที่ยืนอยู่กลางถนนยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา การที่เขาใช้ดินสอตั้งไว้บนถังขยะเพื่อเป็นสัญญาณบางอย่าง ชวนให้สงสัยว่าเขากำลังวางแผนอะไรกันแน่ เรื่องราวในดินสอแห่งความแค้น ดูเหมือนจะซับซ้อนกว่าที่เห็น เพราะแค่ดินสอแท่งเดียวกลับนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่ใช้ความเงียบและความนิ่งของตัวละครนำสื่อถึงความตึงเครียด การที่เขามองนาฬิกาแล้วมีสมการลอยขึ้นมา แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนช่างคิดและวางแผนอย่างละเอียด ฉากที่เขาค่อยๆ วางดินสออย่างระมัดระวัง ยิ่งทำให้คนดูต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย ดินสอแห่งความแค้น เรื่องนี้เล่นกับจิตวิทยาคนดูได้ดีมาก
สิ่งที่ทำให้ดินสอแห่งความแค้น น่าสนใจคือการใช้ภาพกราฟิกสมการคณิตศาสตร์ลอยรอบตัวพระเอก มันสื่อว่าเขาใช้ตรรกะและความแม่นยำในการแก้แค้น ไม่ใช่ใช้อารมณ์ล้วนๆ ฉากที่เขาซ่อนตัวในพุ่มไม้แล้วจ้องมองเป้าหมายด้วยสายตาเย็นชา ทำให้รู้ว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับทุกสถานการณ์ การวางพล็อตแบบนี้ทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น
ตอนที่นักปั่นจักรยานพุ่งเข้ามาแล้วล้มลงเพราะดินสอแท่งนั้น เป็นจุดหักมุมที่ทำให้เรื่องเข้มข้นขึ้นทันที จากความเงียบสงบกลายเป็นความโกลาหล รถคันใหญ่ที่ขับตามมาหยุดกึก ทำให้รู้ว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ดินสอแห่งความแค้น เล่นกับจังหวะเวลาได้ดีมาก ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริง
ตัวละครชายชราในรถหรูที่สวมแว่นตาและเสื้อเชิ้ตสีแดง ดูมีมาดขลังและน่าเกรงขามมาก สายตาที่เขาจ้องมองออกมาจากรถสื่อถึงความไม่พอใจและอำนาจที่เขามีอยู่ การที่เขาพูดคุยกับคนขับด้วยน้ำเสียงเข้มงวด ทำให้รู้ว่าเขาคือคนสำคัญในดินสอแห่งความแค้น เรื่องนี้สร้างตัวละครที่มีบารมีได้ดีจริงๆ